ต่างชาติที่รุกเข้าไปต้องเจอเจ้าถิ่นที่มีเครือข่ายบริการเพียบพร้อมอย่างมารุติซูซุกิอินเดีย มหินทรา และทาทามอเตอร์ส ซึ่งครอบครองตลาดรถในชนบท
ในสายตาของบรรดาผู้ผลิตรถยนต์รายต่างๆ ในโลก ท้องถนนตามชนบทของอินเดียอาจเป็นตลาดใหม่ที่มีแววรุ่งเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้น้อยลงทำให้ความต้องการรถยนต์คันใหม่ตามเมืองใหญ่ๆ ของอินเดียมีไม่มากนัก ขณะที่ผู้คนในเมืองเล็กๆ มีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า ทำให้บริษัทอย่างเจเนอรัลมอเตอร์และฮอนด้า ต้องออกไปหาลูกค้าในตลาดที่ทุกๆ พันคนจะมีผู้ที่ครอบครองรถยนต์ไม่ถึง 20 คน
ต่างชาติที่รุกเข้าไปต้องเจอเจ้าถิ่นที่มีเครือข่ายบริการเพียบพร้อมอย่างมารุติซูซุกิอินเดีย มหินทรา และทาทามอเตอร์ส ซึ่งครอบครองตลาดรถในชนบท
บริษัทต่างชาติที่นำรถไปแสดงในงานเดลีมออโตโชว์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์สร้างโรงงาน พัฒนาผลิตภัณฑ์ และทำการตลาดครั้งใหญ่ แต่ไม่มีผู้ผลิตต่างชาติรายใดครองส่วนแบ่งมากกว่า 6% ในตลาดยานยนต์แดนโรตี นอกเหนือจากฮุนไดมอเตอร์ของเกาหลีใต้ที่มีส่วนแบ่ง 15%
บรรดาผู้ผลิตรถยนต์มองว่าความสำเร็จในชนบทเป็นสิ่งสำคัญ ในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยสูง และราคาเชื้อเพลิงแพงขึ้น อันจะทำให้ยอดขายโดยรวมลดลงเป็นปีที่ 2 ติดกัน
ทั้งนี้ ฮอนด้าจากญี่ปุ่นเข้าไปในอินเดียเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ยังมีดีลเลอร์เพียง 170 แห่ง เทียบกับมารุติที่มี 1,300 แห่ง ฮอนด้าจึงมีแผนเปิดสาขาอีก 60 แห่ง โดย 43 แห่งอยู่ในเมืองเล็กๆ
ฮอนด้าถูกมองว่าเป็นแบรนด์ระดับสูงในอินเดีย และราคาสูงเกินเอื้อมสำหรับชาวชนบท แต่บริษัทพยายามขยายตลาดด้วยการเปิดตัวรถรุ่น อเมซ ซึ่งราคาเริ่มต้นที่ 520,000 รูปี ซึ่งช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดขึ้นได้เกือบ 2 เท่าเป็น 4.7% บริษัทระบุว่าทั้งเมืองเล็กและใหญ่มีสัดส่วนเกือบ 2 ใน 3 ของยอดขายอเมซ
นายอานิล ชาร์มา นักวิเคราะห์แห่งบริษัทไอเอชเอสออโตโมทีฟ ชี้ว่าเมืองเล็กและชนบทเป็นขุมทองที่ผู้ผลิตรถต่างชาติยังมีโอกาสเจาะอีกมากมาย กุญแจสำคัญสำหรับผู้ผลิตรถในการเจาะตลาดชนบทคือการจัดวางบริการหลังการขายให้ดี เพราะชาวชนบทอาศัยกันอยู่อย่างกระจัดกระจาย ดังนั้นบริการหลังการขายจึงอาจอยู่ในรูปแบบของเวิร์กชอร์ปที่สามารถเคลื่อนที่ได้
อย่างไรก็ตาม การขายรถต่างชาติในชนบทยังเป็นเรื่องยาก นายทีปชู ไร ที่อยู่ในเมืองไรกาด ห่างจากมุมไบ 100 ก.ม. บอกว่าไม่เคยคิดซื้อรถจากต่างประเทศ โดยเมื่อ 10 เดือนที่แล้วเขาเพิ่งซื้อรถของมารุติ เขาบอกว่าถ้าซื้อรถต่างชาติ ก็จะไม่สามารถหาศูนย์บริการได้ง่ายๆ
ความสามารถของมารุติในการเจาะตลาดชนบทได้อย่างทะลุทะลวง ทำให้บริษัทสามารถปกป้องส่วนแบ่งตลาดไว้ได้อย่างเหนียวแน่นแม้อุตสาหกรรมยานยนต์ซบเซาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ของต่างชาติ ซึ่งรายต่อไปที่จะเข้าเจาะอินเดียคือนิสสันมอเตอร์ที่เปิดตัวรถรุ่นดัทสันแบบแฮทช์แบค อันจะแข่งขันโดยตรงกับมารุติรุ่นอัลโต 800 ซึ่งขายในราคาเริ่มต้น 280,000 รูปี
ด้านเจเนอรัลมอเตอร์ได้วางจำหน่ายรถในอินเดียมาตั้งแต่ปี 2539 และมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 3.5% พร้อมกับดีลเลอร์ 273 แห่ง ซึ่งจะเพิ่มเป็น 300 แห่งภายในสิ้นปีงบประมาณหน้า โดยสาขาใหม่ส่วนใหญ่จะอยู่ตามเมืองเล็กๆ และชนบท ตามการคาดหมายของบริษัทที่ว่าส่วนแบ่งตลาดในชนบทจะเพิ่มขึ้นในอนาคต









