กลุ่มธุรกิจเพลง-บันเทิง ปรับทิศ หลังคว้าไลเซ่นส์ "ทีวีดิจิทัล" อาร์เอสชี้จุดเปลี่ยนอุตสาหกรรมทีวี เดินหน้าปั้นกลุ่ม "มีเดีย" ธุรกิจหลัก
การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมโทรทัศน์จากอนาล็อกสู่ดิจิทัล ภายใต้การจัดสรรคลื่นความถี่ฯ โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) 24 ช่องใหม่ ถือเป็นโอกาสของกลุ่มธุรกิจบันเทิง และคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ในการเป็นเจ้าของใบอนุญาต "ทีวีดิจิทัล" อายุ 15 ปี
นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าหลังจากอาร์เอสประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทเอสดี วาไรตี้ ได้วางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปีนี้คือการก้าวสู่การเป็น Media Revolutionist 2014 ประกอบไปด้วย 3 ธุรกิจหลักคือ ธุรกิจมีเดีย เพลง และโชว์บิซ โดยตั้งเป้ารายได้รวม 5,000 ล้านบาท เติบโต 43% ถือเป็นรายได้สูงสุดในรอบ 32 ปี
โดยธุรกิจมีเดียประกอบด้วย ทีวีดิจิทัล ทีวีดาวเทียม และวิทยุ ทำรายได้สูงสุด 3,650 ล้านบาท สัดส่วน 73%, ธุรกิจเพลง รายได้ 650 ล้านบาท สัดส่วน 13% และธุรกิจโชว์บิซ รายได้ 700 ล้านบาท สัดส่วน 14%
"ปีนี้อาร์เอสกลายเป็นบริษัทมีเดียที่มีธุรกิจทีวีดิจิทัลและทีวีดาวเทียมทำรายได้หลัก จากจุดเริ่มต้นการเป็นธุรกิจเพลงและบันเทิง"
นายดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินกล่าวว่า เป้าหมายรายได้ธุรกิจมีเดียปีนี้เติบโต 40% ขณะที่ธุรกิจเพลงจะลดลง 15% กลุ่มมิวสิค สตรีมมิ่ง อยู่ในช่วงเริ่มต้นเติบโต ส่วนธุรกิจโชว์บิซอยู่ในภาวะทรงตัว
ดังนั้นการเติบโตอย่างโดดเด่นจะอยู่ในกลุ่มมีเดีย โดยมีรายได้หลักจากธุรกิจ "ทีวี" ซึ่งอาร์เอส วางแผนธุรกิจนำช่อง 8 ทางทีวีดาวเทียมไปออกอากาศบน "ทีวีดิจิทัล" ช่อง 27 คาดปีนี้ทำรายได้ 850 ล้านบาท และทำกำไรตั้งแต่ปีแรก 80 ล้านบาท โดยกำหนดราคาโฆษณา 1.6 หมื่นบาทถึง 1 แสนบาทต่อนาที ขณะที่ช่องทีวีดาวเทียม ช่อง 2 สตาร์แม็กซ์ ,ยู แชนแนล , สบายดีทีวี และซัน แชนแนล ยังมีทิศทางเติบในปีนี้
"2-3 ปีจากนี้ ธุรกิจมีเดียจะเป็นธุรกิจหลัก ครองสัดส่วนรายได้สูงสุดประมาณ 90% โดยมีช่องทีวีดิจิทัล ทำรายได้เติบโตก้าวกระโดดทุกปี ขณะที่ธุรกิจเพลงจะเป็นธุรกิจต้นน้ำ สนับสนุนคอนเทนท์ให้กับธุรกิจทีวี"
ทางด้านนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าแกรมมี่ เป็นผู้ชนะประมูลทีวีดิจิทัล 2 ช่อง คือช่องวาไรตี้ เอชดี และเอสดี ในปีแรกได้เตรียมงบลงทุนผลิตคอนเทนท์ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยช่องเอชดี จะนำทีวีดาวเทียม ช่อง ONE มาออกอากาศบนแพลตฟอร์มทีวีดิจิทัล ส่วนช่องวาไรตี้ เอสดี อยู่ระหว่างการพัฒนาช่องใหม่
ปัจจุบันแกรมมี่ เป็นเจ้าของทีวีดาวเทียมอีก 8 ช่อง และเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม "จีเอ็มเอ็ม แซท" กว่า 2 ล้านกล่อง ปีนี้วางเป้าหมายยอดขายเพิ่มอีก 1 ล้านกล่อง พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจเพยทีวี ดังนั้นทิศทางธุรกิจหลังเข้าสู่ยุคทีวีดิจิทัล ในปีนี้รายได้หลักขององค์กรจะมาจากธุรกิจมีเดียและบรอดคาสต์ เป็นหลัก โดยเชื่อว่าช่องทีวีดิจิทัลของแกรมมี่จะทำกำไรได้ในช่วงปีแรกๆ เช่นกัน









