การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมการเสพสื่อและคอนเทนท์ในยุคนี้
ส่งผลให้บรรดาแบรนด์และองค์กรต่างๆ ต้องวางกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายแบบเรียลไทม์ พร้อมหาโอกาสเปิดตลาดใหม่จากการเปิดเออีซี ส่งผลให้ "ที่ปรึกษา"กลยุทธ์สื่อสารองค์กร ยังมีโอกาสเติบโตท่ามกลางปัจจัยลบในปีนี้
บุรินทร์ เหมทัต กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิธแอนด์คิน คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด กล่าวว่าแม้ช่วงปลายปีก่อนหลายธุรกิจได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง ส่งผลให้ต้อง"พลาด"เป้าหมายการเติบโต แต่ธุรกิจด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์(พีอาร์) โดยภาพรวมยังเห็นการเติบโต 10% แม้ปกติจะขยายตัวเฉลี่ย 15-20% ก็ตาม ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมซื้อสื่อโฆษณาปีที่ผ่านมา คาดเติบโตราว 2-3% เท่านั้น
"ปกติไม่ว่าจะเศรษฐกิจดีหรือชะลอตัว ธุรกิจพีอาร์มีโอกาสเติบโตได้ทุกสถานการณ์ เพราะเป็นกลยุทธ์การสื่อสารที่เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง และจะได้รับความสำคัญมากขึ้นในช่วงที่แบรนด์หรือองค์กรเกิดวิกฤติที่ต้องเร่งแก้ไขสถานการณ์สร้างความเข้าใจกับผู้บริโภค"
สำหรับแนวโน้มธุรกิจพีอาร์ปีนี้ บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตจากทั้งตลาดในประเทศและการขยายตัวของบริษัทต่างชาติ ในประเทศไทย เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558
การดำเนินธุรกิจพีอาร์ของบริษัท จะใช้กลยุทธ์ การสื่อสารสาระองค์กร (Corporate Content Communications) ด้วยการวิเคราะห์ "ข้อมูล" ที่เป็น "จุดยืน" ขององค์กรนั้น เพื่อนำมาพัฒนาเป็น "คอนเทนท์" พร้อมกระบวนการสื่อสารผ่านสื่อและช่องทางต่างๆ ที่เข้าถึงผู้บริโภค
เหตุผลที่ต้องให้ความสำคัญกับ"สาระองค์กร" เพราะปัจจุบันกลยุทธ์การสื่อสารได้ก้าวมาสู่ New era of Communications ดังนั้นการสื่อสารเนื้อหาที่ตรงกับการใช้ชีวิตของ"กลุ่มเป้าหมาย" ไม่ผูกขาดกับช่องทางการเผยแพร่ในรูปแบบสื่อดั้งเดิม แต่มุ่งเสนอคอนเทนท์ ตรงตามพฤติกรรมการเสพสื่อของแต่ละกลุ่ม ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมทั้งโซเชียล มีเดีย ซึ่งเป็นอีกช่องทางสำคัญในการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารของผู้บริโภคในยุคนี้
อีกทั้ง สังคมต้องการความโปร่งใสและการตรวจสอบการดำเนินการขององค์กรมากขึ้น (Transparency Investigation) ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนการเผยแพร่เนื้อหาการดำเนินงาน และความรู้ความเข้าใจต่อองค์กรอย่างต่อเนื่อง
การเปิดประตูสู่"เออีซี" ทำให้ "สินค้าและบริการ" ไม่ถูกจำกัดให้อยู่ในขอบเขตประเทศใดประเทศหนึ่ง (One Region, One Market) ดังนั้นการสื่อสารองค์กรจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการแข่งขันทั้งจากคู่แข่งภายในและภายนอกประเทศ
พร้อมกันนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับ "บทบาทการรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร" (Corporate Social Responsibility :CSR) เนื่องจากสามารถตอบสนองเป้าหมายทั้งในด้านสังคมและธุรกิจ เพราะการเป็นองค์กรที่ดี ต้องสามารถสร้างความไว้ใจให้กับผู้บริโภคได้
แนวทางการสื่อสารสาระองค์กร ต้องคำนึงถึงการมีกลยุทธ์และประเด็นที่สร้างสรรค์ (Creative Content) เน้นการสื่อสารที่เข้าใจง่าย เสริมด้วย Infographic สถิติ หรือภาพประกอบเพื่อเสริมความเข้าใจ รวมทั้งต้องมีเนื้อหาที่ชัดเจน ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ที่ต้องการ และสอดคล้องกับแนวนโยบายการดำเนินงานขององค์กร
นอกจากนี้ต้อง"โดนใจกลุ่มเป้าหมาย" (Customer Centric) ในยุคการตลาด 3.0 จะให้ความสำคัญกับคู่ค้าและลูกค้า เนื่องจากเป็นทั้งผู้ให้ความร่วมมือ, ผู้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม (Cultural change agent) และพันธมิตรเชิงสร้างสรรค์ (Creative partners)
ทั้งนี้ จะต้องมุ่งสื่อสารในช่องทางที่มีประสิทธิภาพ (Channels Efficiency) เนื่องจากช่องทางการสื่อสารที่มีหลากหลายแพลตฟอร์มในยุคดิจิทัล แนวทางการสื่อสารขององค์กรจะต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อกำหนดกลยุทธ์และช่องทางให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมทั้งมุ่งสื่อสารบนพื้นฐานความเป็นจริง สามารถพิสูจน์ได้ (Clarify and Transparency) ด้วยการกำหนดประเด็นเนื้อหาที่มาจากข้อเท็จจริง มีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ พร้อมชี้แจงข้อมูลเมื่อเกิดสถานการณ์จำเป็น อย่างทันท่วงที
เพื่อสามารถนำเสนอข้อมูลตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย
ท่ามกลางการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านโลกออนไลน์ได้แบบ "ทุกที่ ทุกเวลา" ทำให้องค์กรและแบรนด์ ต้องเตรียมพร้อมทั้งแผน "รุกและรับ" เพื่อหาทั้งโอกาสการเติบโตและรับมือหากเกิดวิกฤติกับองค์กรและแบรนดเพราะ"เสียงของผู้บริโภค"ในยุคดิจิทัลมีอำนาจมากกว่าในอดีต
บุรินทร์ กล่าวด้วยว่านับจากปีนี้การบริหารธุรกิจของบริษัท จะให้ความสำคัญกับการขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ ที่รุกขยายธุรกิจเข้ามาในประเทศ จากนโยบายการเปิดเออีซี โดยมุ่งเสนอบริการด้านการวิเคราะห์สถานการณ์และข่าวสารความเคลื่อนไหวของภาวะเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย ที่เป็นประโยชน์สำหรับการตัดสินใจลงทุนและขยายกิจการในประเทศไทย คาดว่าปีนี้ฐานลูกค้าต่างชาติจะมีสัดส่วนประมาณ 15% เพิ่มจาก 10% ในปีที่ผ่านมา
พร้อมทั้งมุ่งสร้างพันธมิตรด้านการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ อาทิ Infographic และ New Media รองรับการขยายตัวของแพลตฟอร์มการสื่อสารใหม่ๆ ในปีนี้ และการเติบโตของประชากรออนไลน์และกลุ่มผู้ใช้งานโซเชียล เน็ตเวิร์คที่มีจำนวนกว่า 24 ล้านรายในปีก่อน และขยายพันธมิตรด้านการสื่อสารในต่างประเทศ เพื่อรองรับตลาดความร่วมมือในภูมิภาค
จากแผนธุรกิจและการวางกลยุทธ์สื่อสารในปีนี้ เชื่อว่าบริษัทยังมีโอกาสเติบโตได้ในอัตรา 10% หรือมีบิลลิ่งประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวเท่ากับภาพรวมอุตสาหกรรมพีอาร์ปีนี้ ซึ่งมีมูลค่าราว 5,000 ล้านบาท









