คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/56 มีจำนวน 502 ล้านบาท +592% YoY, -17% QoQ
ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 เพิ่มขึ้น 9%, ปี 2557 เพิ่มขึ้น 11%
ปรับคำแนะนำขึ้นจาก “Neutral” สู่ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นสู่ 14.50 บาท
คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/56 ลดลง QoQ แต่เพิ่มขึ้นมาก YoY เราคาดว่า GFPT จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/56 จำนวน 502 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากถึง 592% YoY และลดลง 17% QoQ จากกำไรสุทธิจำนวนสูงสุดที่ 607 ล้านบาทในไตรมาส 3/56 ตัวเลขดังกล่าวน่าประทับใจ เนื่องจากโดยปกติแล้วไตรมาส 4 เป็นช่วง low season สำหรับการส่งออกไก่ ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้กำไรดีกว่าปกติในไตรมาส 4 คือ ปริมาณส่งออกไก่ที่สูงขึ้น และการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและดีกว่าคาดของ GFN อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 15.6% ในไตรมาส 4/56 จาก 7.4% ในไตรมาส 4/55 และรายได้ยอดขายน่าจะมีจำนวน 4.2 พันล้านบาท ลดลง 0.3% YoY และ QoQ ปริมาณส่งออกแข็งแกร่งมาก โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกิดปัญหาขึ้นที่สหฟาร์มซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกไก่เนื้อรายใหญ่ของไทย
ปี 2557: แนวโน้มเป็นบวก อุตสาหกรรมไก่ดูดีขึ้น โดยเฉพาะในระยะ 6 เดือนข้างหน้า เราคาดว่ายอดขายของ GFPT จะเติบโต 34% สู่ 2.2 หมื่นล้านบาทในปี 2557 โดยคาดว่ายอดขาย ~5 พันล้านบาทจะมาจากการขายไก่ให้แก่ญี่ปุ่นหลังจากญี่ปุ่นกลับมานำเข้าเข้าไก่สดจากไทย GFPT น่าจะมีผลการดำเนินงานที่ดีในปี 2557 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากส่วนต่างที่ดีระหว่างราคาไก่เนื้อกับต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ราคาไก่เนื้ออยู่ที่ 44 บาท/กก.ในเดือน ม.ค. 2557 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากจุดต่ำสุดในเดือน พ.ย. 2556 ที่ 38 บาท/กก. ในเวลาเดียวกัน ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ (ข้าวโพดและกากถั่วเหลือง) ก็ปับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาข้าวโพดลดลง 29% YoY และราคาปลาป่นลดลง 32% YoY ทั้งนี้ราคากากถั่วเหลืองปรับตัวเพิ่มขึ้น 14% YoY เนื่องจากถั่วเหลืองกับข้าวโพดเป็นพืชหมุนเวียนที่ปลูกสลับกัน ผู้ผลิตไก่เนื้อได้รับประโยชน์จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ลดลงมาตั้งแต่กลางปี 2556 ซึ่งช่วยชดเชยราคาไก่เนื้อที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง
ปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น และปรับคำแนะนำขึ้นสู่ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 14.5 บาท เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ของ GFPT เพิ่มขึ้น 9% จาก 1.4 พันล้านบาท สู่ 1.56 พันล้านบาท และปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 เพิ่มขึ้น 11% จาก 1.5 พันล้านบาท สู่ 1.7 พันล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนจาก: 1) ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง 2) ราคาไก่เนื้อที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดส่งออก และ 3) อุปทานที่ลดลงจากผู้ผลิตรายใหญ่อย่างสหฟาร์ม เราปรับคำแนะนำสำหรับ GFPT ขึ้นจาก “Neutral” สู่ “ซื้อ” หลังจากปรับประมาณการกำไร โดยมองแนวโน้มเป็นบวกทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง (6 เดือน) อย่างไรก็ตาม เราใช้ PER เป้าหมายสำหรับ GFPT ต่ำกว่าบริษัทในกลุ่มอาหารรายอื่นๆ โดยใช้ PER ปี 2557 ที่ 11 เท่า ซึ่งให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 14.5 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจาก 12 บาท/หุ้น เหตุผลที่เราใช้ PER เป้าหมายสำหรับ GFPT ต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยเพราะเรามองว่า GFPT ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์เกษตร ทำให้ผลการดำเนินงานมีเสถียรภาพน้อยกว่าบริษัทอื่นๆ ในกลุ่มอาหาร นอกจากนี้เรายังมองว่ากำไรสุทธิของ GFPT เติบโตดีที่สุดไปแล้วในปี 2556 และคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตเพียง 9% ในปี 2557 และ 4% ในปี 2558









