วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลงทุนหุ้นแบบไหนไม่ให้ขาดทุน

ถ้าอยากลงทุนในตลาดหุ้น รับผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก แต่ไม่อยากเสียเงินต้นบางส่วน โบรกฯ แนะ กองทุนรวมอิควิตี้ อินเด็กซ์ ลิงค์ คอมเพล็คซ์ รีเทิร์น

เครียดต่อเนื่องกันมาหลายสัปดาห์ วันนี้จะขอชวนท่านผู้อ่านมาคุยถึงช่องทางการลงทุนที่พอจะช่วยหลบเลี่ยงหรือลดอุณหภูมิร้อนแรงทางการเมืองที่จะส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยลงได้บ้าง โดยยังให้โอกาสผู้ลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนพอสมควร ในขณะที่ความเสี่ยงต่อเงินต้นนั้นมีอยู่อย่างจำกัด หรือในระดับที่ต่ำมาก

ผลิตภัณฑ์ที่ว่านี้สำหรับนักลงทุนทั่วไปสามารถลงทุนได้ในรูปของกองทุนรวม แต่เป็นกองทุนรวมที่มีลักษณะพิเศษต่างจากกองทุนรวมทั่วไป เริ่มตั้งแต่ชื่อกันเลยทีเดียว โดยกองทุนประเภทนี้จะมีคำว่า "อิควิตี้ อินเด็กซ์ ลิงค์ คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น" (Equity Index Linked Complex Return) ปรากฏอยู่ในชื่อของกองทุน และมักต่อด้วยอายุของกองทุน

เหตุที่กองทุนต้องมีชื่อที่ดูยากและซับซ้อนเช่นนี้ ก็คงเนื่องมาจากความประสงค์ของทางหน่วยงานกำกับดูแลที่ต้องการให้ผู้ลงทุนตระหนักแท้แน่ใจว่ากองทุนรวมที่ตนลงทุนนี้มีความแตกต่างจากกองทุนรวมหุ้น หรือตราสารหนี้ทั่วไป

อันที่จริงแล้วกองทุนประเภทนี้ ถือว่ามีลักษณะร่วมบางประการระหว่างตราสารหนี้ และสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ที่กำหนดให้ผลตอบแทนของกองทุนรวมไปอ้างอิงไว้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วกองทุนมักจะกำหนดให้ผู้ลงทุนได้รับเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนดอายุกองทุน โดยผลตอบแทนส่วนเพิ่มจะมาจากความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์อ้างอิงที่กองทุนกำหนด (เช่น ดัชนีราคาหุ้น ทอง สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น) ทั้งนี้ ภายในช่วงเวลาและตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

ยกตัวอย่างเช่น หากมีผู้ประสงค์จะลงทุนในตลาดหุ้น เพื่อให้มีโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากพอสมควร แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการที่จะสูญเสียเงินต้นบางส่วนจากความผันผวนของตลาดหุ้น ก็อาจเลือกลงทุนในกองทุนรวมประเภทอิควิตี้ อินเด็กซ์ ลิงค์ คอมเพล็คซ์ รีเทิร์น โดยทั่วไปมักมีเงื่อนไขกำหนดไว้หลักๆ ดังนี้

1) เปิดโอกาสรับผลตอบแทนเป็นสัดส่วนของดัชนีราคาที่เพิ่มขึ้น เช่น หากดัชนีราคาหุ้นที่กำหนดให้อ้างอิง ปรับเพิ่มขึ้นไม่ถึง 20% ตลอดระยะเวลา 6 เดือน ผู้ลงทุนจะได้รับอัตราผลตอบแทน 1 ใน 3 ของดัชนีหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้น ณ วันปลายงวด ซึ่งในกรณีนี้ คือ สูงสุดไม่เกิน 6.66% ต่องวด 6 เดือน (กรณีดัชนีราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 19.99%)

2) การจำกัดผลตอบแทน (Knock-out) เช่น หากระหว่างงวด 6 เดือนนั้น ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 20% ขึ้นไป (ไม่ว่าในวันใดก็ตาม) ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับผลตอบแทนตามดัชนีอ้างอิง ณ วันปลายงวด ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน (ซึ่งต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นทั่วไปที่ผลตอบแทนจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามราคาหุ้นเสมอ ไม่ว่าราคาจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงเพียงใดก็ตาม) โดยผู้ลงทุนจะได้รับอัตราผลตอบแทนปลอบใจในกรณีนี้ประมาณ 1.33% ต่องวด 6 เดือนแทน

3) ไม่ขาดทุนจากราคาหุ้นที่ลดลง กรณีไม่เกิดการ Knock-out และดัชนีราคาหุ้น ณ วันปลายงวดปรับตัวลดลงต่ำกว่าวันต้นงวด ไม่ว่าจะต่ำลงเพียงใดก็ตาม ผู้ลงทุนก็จะยังได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน

หากกองทุนรวมนี้มีอายุ 1 ปี 6 เดือน และการวัดอัตราผลตอบแทนแต่ละงวดเป็นไปในลักษณะเทียบดัชนีปลายงวดและต้นงวดของแต่ละงวด 6 เดือน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3 งวด ในแต่ละงวดผู้ลงทุนอาจได้รับผลตอบแทนสูงสุดไม่เกิน 6.66% ต่องวด 6 เดือน และต่ำที่สุดคือได้เงินต้นคืนเต็มจำนวน (บนเงื่อนไขที่ว่าผู้ออกตราสารและคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปฏิบัติตามสัญญาที่มีไว้กับกองทุนอย่างครบถ้วน)

ตัวอย่างข้างต้น ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของกองทุนรวมประเภทนี้เท่านั้น ซึ่งการกำหนดสินทรัพย์อ้างอิง เงื่อนไขการจำกัดผลตอบแทน สัดส่วนการคุ้มครองเงินต้น วันที่มีการวัดผลตอบแทน ระยะเวลาต่องวด และอายุกองทุน อาจแตกต่างกันไปได้ตามเงื่อนไขที่แต่ละบริษัทจัดการกำหนด ทั้งนี้ ตัวอย่างข้างต้นเป็นลักษณะการจ่ายผลตอบแทนของกองทุนเปิดเคแทม อิควิตี้ อินเด็กซ์ ลิงค์ คอมเพล็คซ์ รีเทิร์น 1 ปี 6 เดือน 2 ที่บลจ.กรุงไทยจะเปิดเสนอขายให้กับผู้ที่สนใจตั้งแต่วันที่ 13-21 ก.พ.2557 นี้ ซึ่งการลงทุนไม่ว่าในผลิตภัณฑ์ใดล้วนมีความเสี่ยงแตกต่างกันไป ผู้ลงทุนที่สนใจจึงควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งค่ะ