วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'การเมือง'ฉุดดัชนีเชื่อมั่น'ทรุด'ต่อเนื่อง

ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.57 อยู่ที่ 71.5 ทรุดต่ำสุดรอบ 26 เดือน การเมืองป่วน-ศก.โลกผันผวน-ราคาสินค้าเกษตรตรตกต่ำ

น.ส.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.2557 อยู่ที่ 71.5 ลดลงจาก 73.4 ในเดือนธ.ค.2556 โดยปรับตัวลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 และต่ำสุดในรอบ 26 เดือน นับตั้งแต่เดือนธ.ค.2554 โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมอยู่ที่ 61.4 จาก 63.2 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานอยู่ที่ 65.1 จาก 66.7 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 88.1 จาก 90.3

สำหรับปัจจัยลบที่ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงทุกรายการ คือ ความกังวลเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งมีการปิดสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพฯ การประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็นเวลา 60 วัน ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการบริโภค เกิดการระมัดระวังการใช้จ่าย รวมถึงกระทบภาพลักษณ์ของไทยในสายตาต่างชาติ อาจส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ขณะที่การเมืองยังไม่มีเสถียรภาพ แม้จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ยังมีผู้สมัครส.ส.ไม่ครบทุกเขต

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2556 เหลือต่ำกว่า 3% จากที่คาดว่าจะขยายตัว 3% และปี 2557 ปรับลดเหลือ 3% จากที่คาดว่าจะขยายตัว 4% ขณะที่เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลง ล่าสุด ณ สิ้นเดือนม.ค.2557 อยู่ที่ 32.943 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับเงินทุนไหลออกสุทธิที่ส่งผลให้เกิดการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ

นอกจากนั้น ยังมีความกังวลเกี่ยวกับราคาพืชผลทางการเกษตรที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะยางพาราและปาล์มน้ำมัน ขณะที่ชาวนาบางส่วนยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว รายได้ของเกษตรกรจึงเพิ่มขึ้นไม่มากนัก กำลังซื้อทั่วไปในต่างจังหวัดจึงขยายตัวไม่สูงตาม และผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยรู้สึกว่ารายได้ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลในเชิงลบต่อทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ส่วนปัจจัยบวกของเศรษฐกิจไทยคือในเดือนม.ค.2557 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25% ต่อปี เพราะเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสม ขณะที่นโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายยังสนับสนุนและเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย และระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศยังคงอยู่ในระดับทรงตัวจากเดือนธ.ค.2556 โดยราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน 95 อยู่ที่ 48.05 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนม.ค.2557 และราคาน้ำมันดีเซลทรงตัวที่ 29.99 บาทต่อลิตร

"การบริโภคของประชาชนมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 2 ปีนี้เป็นอย่างน้อย เศรษฐกิจไทยยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อสถานการณ์การเมืองคลี่คลาย ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด โดยผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของไทยที่ยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยการเมืองและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจเกิดขึ้น"

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน อยู่ที่ 53.8 ลดลงจาก 55.4 ในเดือนธ.ค.2556 ถือว่าลดต่ำสุดในรอบ 23 เดือน นับตั้งแต่เดือนมี.ค.2555 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคต ระยะ 6 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 69.0 ลดลงจาก 71.1 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 55 เดือน นับตั้งแต่เดือนก.ค.2552