ชาวนาประกาศลั่นไม่ได้เงินไม่กลับบ้าน จี้รัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ ธ.ก.ส. แทน เหตุไม่ใช่ความผิดเกษตกร
ระวี รุ่งเรือง แกนนำชาวนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันตก 6 จังหวัด ร่วมทิศทางการจ่ายเงินค่าข้าวแก่ชาวนา พร้อม นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวข้อ "วิกฤติจำนำข้าวถึงทางตันจริงหรือ?" ในรายการ Business Talk ทาง กรุงเทพธุรกิจทีวี
ระวี บอกว่า แม้รัฐบาลรับปากว่าจะกู้เงินมาให้ แต่ชาวนาก็ยังฝันร้ายอยู่ เพราะไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรม จากข้อมูลที่ผ่านสื่อออกมา ชาวนาเข้าใจและมีการสังเคราะห์ข้อมูลข่าวสารได้ ถ้ารัฐบาลยังพูดแบบนี้ปัญหาคงไม่จบ ตอนรัฐบาลหาเสียงโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตันละ 1.5 หมื่นบาท และชาวนาเลือกพรรคนี้ก็เพื่อให้ได้เงิน 1.5 หมื่นบาท ซึ่งเมื่อเป็นรัฐบาลก็รู้อยู่แล้วว่าต้องใช้เงินเท่าไร ทำไมกำหนดกรอบ 5 แสนล้านบาท ทั้งๆ ที่รู้แล้วว่าจะเป็นรัฐบาล 4 ปี โดยฤดูผลิตที่มีปัญหาเริ่มตั้งแต่เดือนพ.ย. ที่ผ่านมา ช่วงนั้นก็ยังเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ทำไมจึงไม่เตรียมขยายกรอบวงเงินหรือกู้เงินเพิ่ม ทั้งนี้ชาวนาต้องการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งขายข้าว แม้จะมีราคาถูกก็ตามหรือจะขายไปเป็นอาหารสัตว์ก็ได้ เพื่อให้ข้าวเก่าได้ระบายออกไป เมื่อถึงฤดูกาลผลิตใหม่ ความต้องการจะได้ตรงและสมดุลกัน
"เราขีดเส้นตายมาหลายครั้งแล้ว ชาวนาสิ้นหวังกับรัฐบาลแล้ว ออกมารอบนี้ถ้าไม่ได้เงิน เราก็ไม่กลับบ้าน และต้องได้รับคำยืนยันจากใคร โดยเฉพาะรัฐบาลรักษาการเราไม่ยุ่งการเมือง"
ระวี ยังบอกว่า ชาวนาได้หารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แล้ว เสนอให้มีโครงการเยียวยาเพื่อแก้วิกฤติครั้งนี้ โดยผ่อนคลายระเบียบธนาคารให้นำใบประทวนมาค้ำประกันเงินกู้ ได้ 80% ของวงเงินตามใบประทวน เพราะชาวนาส่วนใหญ่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. อยู่แล้ว โดยให้รัฐบาลรับภาระจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แทนชาวนา เนื่องจากเมื่อรัฐบาลกู้เงินได้ ก็ต้องจ่ายผ่าน ธ.ก.ส. อยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ได้หารือกับสภาทนายความ ที่จะขอให้รัฐบาลชดใช้ดอกเบี้ยให้แทน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของชาวนา แต่เป็นความผิดพลาดจากนโยบายของรัฐบาล
"ทางออกสำคัญอีกทางหนึ่ง คือ ขอให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทุกฝ่าย เร่งตั้งรัฐบาลที่สามารถมีอำนาจกู้เงินได้ เพื่อช่วยเหลือชาวนาและทำงานได้เต็ม 100% โดยเห็นด้วยว่าควรมีการปฏิรูปโครงสร้างประเทศ และกระจายอำนาจให้ประชาชนได้ผลประโยชน์เท่าเทียมกันทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง เพราะว่าทุกวันนี้โครงสร้างประเทศที่ขัดแย้งมาจากผลประโยชน์ทางการเมือง"
ระวี ย้ำว่า ตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. ชาวนาต้องเริ่มปลูกข้าวรอบใหม่ แต่ก็ไม่มีเงินทุนในการเตรียมพื้นที่ หรือซื้อปัจจัยการเกษตร อาทิ พันธุ์ข้าว แถมยังมีภาระจากหนี้เก่าที่ต้องผ่อนชำระอุปกรณ์การเกษตรที่ซื้อมาใช้งาน เช่น รถไถ ทำให้ตอนนี้ชาวนามีหนี้ครัวเรือนละหลายแสนบาท เฉพาะชาวนาในภาคตะวันตก 7 จังหวัด รวมมูลค่าหนี้ก็เป็นพันๆ ล้านบาทแล้ว
นิวัฒน์ธำรง ยืนยันว่า กระทรวงการคลัง กำลังทำงานกันเต็มที่กับธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เพื่อจัดหาเงินกู้มาจ่ายให้แก่ชาวนา แต่ปีนี้ค่อนข้างลำบากจากวิกฤติทางการเมือง ทำให้ติดขัดและมีอุปสรรคด้านกฎหมาย ซึ่งกระทรวงการคลังได้พยายามหาแนวทางต่างๆ เพื่อช่วยเหลือและแก้ปัญหาชาวนา และกำลังพิจารณาเรื่องการนำใบประทวนมาค้ำประกันเงินกู้ให้แก่ชาวนาไปก่อน ส่วนการระบายข้าวนั้น ตั้งแต่เดือนต.ค. 2556 ถึงปัจจุบันระบายข้าวไปแล้ว 3.5-4 หมื่นล้านบาทแล้ว และเดือนม.ค. ที่ผ่านมาก็ขายไปอีก 1 ล้านตัน ผ่านเอกชนส่งออกไปต่างประเทศ รวมทั้งขายในตลาดล่วงหน้า นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้าก็เตรียมประมูลขายอีก 4 แสนตัน และปลายเดือนก.พ. นี้ ก็จะเปิดประมูลอีก 2 ครั้ง เงินที่ได้มาก็จะเร่งจ่ายให้แก่ชาวนาทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีข้าวในสต็อกอีกหลายแสนตัน ที่มีมูลค่าเป็นแสนล้านบาท ก็จะเร่งระบายออกมา
"รัฐบาลพยายามจะกู้เงิน แต่ก็ถูกขัดขวางจากกลุ่มบุคคลต่างๆ นี่คือปัญหาใหญ่ที่ต้องขอความเห็นใจ เพื่อให้รัฐบาลสามารถช่วยเหลือชาวนาได้ ถ้าได้เงินกู้มา ก็จะไม่มีปัญหา"
นิวัฒน์ธำรง ยังบอกว่า รัฐบาลถือเป็นผู้กู้ที่มีความมั่นคงดีที่สุด ไม่มีความเสี่ยง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำอยู่ทุกปี แต่ด้วยเหตุผลทางการเมือง และมีการขัดขวาง แต่การที่สถาบันการเงินไม่ยอมปล่อยกู้และอ้างเรื่องความเสี่ยงนั้น เป็นแค่ข้ออ้างมากกว่า อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลัง หวังว่าจะมีข่าวดีในเร็วๆ นี้ และจะทำทุกวิถีทางที่จะนำเงินมาช่วยชาวนา ส่วนกรณีที่รัฐวิสาหกิจจีนยกเลิกซื้อข้าวไทยนั้น เป็นกรณีเดียวเท่านั้น เพราะว่ารัฐวิสาหกิจที่ซื้อเป็นของรัฐบาลท้องถิ่น เมื่อรัฐบาลถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหา ทำให้รัฐวิสาหกิจท้องถิ่นเกิดความกังวลว่าสัญญาจะเป็นปัญหาหรือไม่ และต้องถูกตรวจสอบด้วยหรือไม่ จึงวิตกกังวลและขอยกเลิกสัญญา
"รัฐบาลต้องขอความเห็นใจจากชาวนาที่จะเข้ามาชุมนุม ขอให้ช่วยกัน และขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปล่อยกู้ เพื่อให้ปัญหาหมดไป"






