ผลกระทบทางฤดูกาลจากทุกธุรกิจกดดันกำไร
กำไรจากธุรกิจ E&P และการกลั่นอ่อนแอ
เรายังเชื่อว่ากำไรสุทธิทั้งปี 2556 ของ PTT จะออกมาใกล้เคียงกับประมาณการของเราที่ 9.6 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่า PTT จะมีกำไรสุทธิใน 4Q56 ราว 1.8 หมื่นล้านบาท ลดลง 41% QoQ เนื่องจากได้รับผลกระทบจาก (1) Demand ก๊าซฯในภาคการผลิตไฟฟ้าที่ลดลงตามฤดูกาล (2) การรับรู้รายได้จากธุรกิจ E&P ที่ลดลง หลัง PTTEP ประกาศกำไรที่อ่อนตัวกว่า 58% QoQ (3) ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลดลง 72% QoQ จากค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ลดลงทำให้ผลประกอบการกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีอ่อนตัวลงมาก และ (4) ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 4.7 พันล้านบาท ตามทิศทางของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
กำไรปี 57 มีโอกาสถูกปรับลด จากมุมมองเชิงลบต่อธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมี
เราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ของบริษัทในกลุ่มฯซึ่งจะมีผลกระทบจากธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมี จากการปรับสมมติฐานค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีจากที่มีปัจจัยลบหลักจากกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น การปรับลดประมาณการดังกล่าว จะกระทบกำไรสุทธิของ PTT เนื่องจากจะทำให้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกลุ่มธุรกิจดังกล่าวลดลง โดยเราจะมีการปรับประมาณการใหม่หลังงบการเงินปี 2556 ประกาศแล้ว
ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบจากผลประกอบการที่ลดลงไปแล้ว
ราคาหุ้น PTT ที่ปรับตัวลดลงกว่า 13% ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นการสะท้อนภาพรวมของกำไรสุทธิ 4Q56 ที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะอ่อนแอ ขณะที่เราเชื่อว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงเป็นผลมาจากภาพรวมของตลาดที่มีความกังวลจากปัญหาการเมือง จนทำให้ปัจจุบันราคาหุ้นมี PER ปี 2557 อยู่ที่ 7.6 เท่า ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับธุรกิจ Integrated Oil and Gas ในเอเชียแปซิฟิคซึ่งมี PER อยู่ที่ 9 เท่า ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 370 บาท (วิธี Sum-of-the-Part)









