กทพ.ลั่นดำเนินการตามกฎหมาย หลังกลุ่มผู้ชุมนุมนำขบวนรถจักรยานยนต์-สามล้อเครื่องใช้บริการทางด่วน หวั่นกระทบความปลอดภัย
นางบุษบา ปทุมมาศ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ Shut Down กรุงเทพมหานครโดยกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.จนถึงปัจจุบัน พบว่าในระยะแรกที่มีการมีการปิดถนนและปิดการจราจรในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเกรงว่าจะเกิดผลกระทบจึงไม่นำรถยนต์มาใช้งาน ส่งผลให้ปริมาณจราจรบนทางพิเศษทุกสายทางลดลงเฉลี่ยถึง 51%
อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อมาประชาชนเริ่มทยอยนำรถยนต์ออกมาใช้งานมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณจราจรบนทางพิเศษเพิ่มสูงขึ้นจนกลับสู่ภาวะปกติซึ่งมีปริมาณจราจรเฉลี่ยวันละกว่า 1.6 ล้านเที่ยว ซึ่ง กทพ.ยังคงเปิดให้บริการทางพิเศษทุกสายทางตามปกติ แต่เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่จัดการจราจร กู้ภัย และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เพื่อคอยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ กทพ.พบว่าตั้งแต่เริ่มการ Shut Down กรุงเทพฯ มีกลุ่มผู้ชุมนุมนำขบวนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถสามล้อเครื่องจำนวนมากขึ้นมาใช้ทางพิเศษโดยผิดกฎหมาย และไม่ชำระค่าผ่านทางพิเศษเกือบทุกวัน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะการนำรถจักรยานยนต์และรถสามล้อเครื่องซึ่งเป็นรถประเภทต้องห้ามมิให้ใช้ในทางพิเศษมาใช้บนทางพิเศษ ถือเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการจราจรในทางพิเศษ พ.ศ.2555 ข้อ 4และมีบทลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 154 ซึ่งกำหนดโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท พระราชบัญญัติ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย มาตรา 31,40, 62 และ 63 กำหนดโทษจำคุกไว้ไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 139 ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน4 ปี หรือปรับไม่เกิน 8,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
"การกระทำดังกล่าวนอกจากเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและกฎหมายแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้บริการทางพิเศษซึ่ง กทพ.จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป"









