วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สินค้าชะลอแผนไตรมาสแรกเม็ดเงินโฆษณาส่อ'ติดลบ'

ธุรกิจชะลอแผนตลาด สินค้าเลื่อนออกแคมเปญใหม่ช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. รอดูทิศทางการเมือง คาดส่งผลเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อไตรมาสแรกส่อ"ติดลบ" 10-20%

นางมณี เอียบ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแมกนา โกลบอล จำกัด มีเดีย เอเยนซี่ เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปลายปีก่อนต่อเนื่องต้นปีนี้ ส่งผลให้ภาคธุรกิจเริ่มชะลอแผนการทำตลาด ส่วนสินค้าและบริการต่างๆ ที่วางแผนเตรียมเปิดตัวแคมเปญใหม่ในเดือนม.ค.-ก.พ.นี้ มีการเลื่อนการทำตลาด เพื่อรอดูเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงนี้

อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปลายปีก่อน เริ่มมีสินค้าเลื่อนเปิดแคมเปญใหม่ รวมทั้งชะลอใช้งบโฆษณาผ่านสื่อ เพราะเห็นว่าหากทำการตลาดในช่วงดังกล่าว ท่ามกลางปัญหาทางการเมือง ที่ทำให้ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์ในการจับจ่าย งบประมาณที่ใช้จ่ายจะไม่ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น จึงพบว่าช่วงเดือนธ.ค.ที่ผ่านมามีสินค้าหลายกลุ่มใช้งบโฆษณาลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ ประเมินว่าหากสถานการณ์ทางการเมืองยังคงยืดเยื้อ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้กลุ่มกำลังซื้อระดับกลางเริ่มได้รับผลกระทบจากการลดลงของตลาดหุ้น ขณะที่กำลังซื้อในกลุ่มตลาดล่างมีปัญหาหนีครัวเรือนสูงอยู่แล้ว ส่งผลให้ภาพรวมกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง และกระทบต่อการใช้งบโฆษณาให้ลดลงตามไปด้วย

"หากปัญหาการเมืองไม่จบโดยเร็ว เชื่อว่าไตรมาสแรกปีนี้ อาจเห็นตัวเลขโฆษณาติดลบในอัตรา 10-20% เมื่อเทียบกับปีก่อน" นางมณี กล่าว

แม้อุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยกำลังจะก้าวสู่ระบบส่งสัญญาณดิจิทัล มีฟรีทีวีเพิ่มขึ้นอีก 24 ช่อง แต่การส่งสัญญาณในปีแรกที่เข้าถึงครัวเรือนไทยในอัตรา 50% เชื่อว่าทีวีดิจิทัลช่องใหม่ ในปีแรกจะไม่กระตุ้นให้เม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้นมากนัก โดยจะเป็นการโยกย้ายงบโฆษณาก้อนเดิม มาจากสื่อเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม

ในกรณีที่ปัญหาการเมืองจบโดยเร็วและภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ในสิ้นปีนี้อาจเห็นอุตสาหกรรมโฆษณาเติบโต 3% เท่ากับปี 2556

รายงานจากสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย สรุปภาพรวมการซื้อสื่อโฆษณาปี2556 รวมสื่ออินเทอร์เน็ตที่ประเมินการใช้งบจากสมาคมโฆษณาดิจิทัลเติบโต 3% หรือมีมูลค่ารวม 135,300 ล้านบาท

สาเหตุที่งบโฆษณาในปี 2556 เติบโต "ลดลง" เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหนี้ครัวเรือนในอัตราสูง ส่งผลโดยตรงต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากปี 2554 และ 2555 ที่มีการเติบโตเฉลี่ยที่ 9% และ 10% ตามลำดับ