4Q56 คาดผลประกอบการพลิกเป็นขาดทุน
เราคาดว่า TOP จะแจ้งผลประกอบการ 4Q56 ออกมาขาดทุนสุทธิประมาณ 185 ล้านบาทลดลงจากที่มีกำไร 7,609 ล้านบาทใน 3Q56 และ 1,925 ใน 4Q55 เป็นผลจากค่าการกลั่นลดลงอย่างต่อเนื่องและมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมากจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง 1.4 บาทต่อ$ ส่วนทั้งปีเราปรับลดกำไรปี 56 ลง 21% เป็น 10,222 ล้านบาทลดลง 17%yoy ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในปีนี้เราคาดว่าจะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาเนื่องจากมีแรงกดดันจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเป็นเวลา 50 วันอย่างไรก็ตามเราคาดว่าบริษัทจะมีความเสี่ยงจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนลดลงหลังค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมากแล้วโดยเราคาดกำไรสุทธิปี 57 ประมาณ 10,171 ล้านบาทลดลง 1%yoy เพื่อสะท้อนกำไรสุทธิที่อ่อนตัวเราจึงปรับลดราคาเป้าหมายผ่านการลด Prospective P/E ในการคำนวณราคาเหมาะสมลงจาก 12 เท่าเป็น 11 เท่าจะได้ราคาเหมาะสมปี 57 ที่ 55 บาท ซึ่งเท่ากับราคาซื้อขายของ TOP ในปัจจุบันเราจึงปรับลดคำแนะนำจากเดิม “ซื้อ” เป็น “ถือ” โดยมีราคาเป้าหมายปี 57: ที่ 55 บาท
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
-4Q56 คาดผลประกอบการพลิกเป็นขาดทุน 185 ล้านบาท : เราคาดว่า 4Q56 TOP จะมีผลประกอบการขาดทุน 185 ลดลงจากที่มีกำไร 7,609 ล้านบาทใน 3Q56 และ 1,925 ใน 4Q55 ผลประกอบการที่หดตัวแรงเป็นผลจาก 1)เราคาดว่าบริษัทจะมีค่าการกลั่นลดลงจากแรงกดดันของส่วนต่างน้ำมันเบนซินและดูไบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากอินโดฯนำเข้าลดลงเพราะผ่านพ้นเทศกาลรามาดอน และสหรัฐลดการนำเข้าหลังสต๊อกน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 5 ปีโดยเหตุการณ์ดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ TOP มีค่าการกลั่นใน 4Q56 ประมาณ 3.3$/bblลดลงจาก 5$/bblใน 3Q56 2)มีกำไรจากสต๊อกน้ำมันดิบลดลงจาก 4$/bbl ใน 3Q56 เป็น 1.5$/bbl หลังราคาน้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากไตรมาสที่ผ่านมา และ 3)คาดมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 2,100 ล้านบาทจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า 1.4 บาท/เหรียญและมีหนี้สกุล US ที่ 1,500 ล้านเหรียญ
-1Q56 คาดผลประกอบการกลับมาฟื้นตัว QoQ : เราคาดว่ากำไรสุทธิของ TOP ใน 1Q57น่าจะกลับมาเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 4Q56 โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของค่าการกลั่น หลังปัจจุบันส่วนต่างน้ำมันเบนซิน-ดูไบซึ่งเป็นตัวกดดันค่าการกลั่นใน 4Q56 เริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยปัจจุบันส่วนต่างเบนซิน-ดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 13.9$/bbl เพิ่มขึ้นจาก9.2$/bbl ใน 4Q56 เป็นผลจากอินโดฯกลับมานำเข้าเพิ่มขึ้นหลังสต๊อกในประเทศลดลง และยังได้แรงหนุนจากโรงกลั่น Formosa ในไต้หวันหยุดซ่อมบำรุง ส่วนน้ำมันดีเซลมีแรงกดดันจากการส่งออกของจีนลดลงหลังจีนมีมติเพิ่มภาษีนำเข้า Bio Diesel จาก 0% เป็น 17% ทำให้ Supply จากเดิมที่ล้นตลาดกลับสู่ภาวะปกติและช่วยให้โรงกลั่นในจีนไม่ต้องส่งน้ำมันดีเซลไปขายยังต่างประเทศ









