วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

LH - ซื้อ

เพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกิจ

ตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโตเล็กน้อย 6%
LH ตั้งเป้ายอดขาย (Presale) ปี 2557 ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 6% YoY ภายใต้สมมุติฐานเหตุการณ์ไม่สงบเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติได้ในช่วง 1H57 อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจมีการทบทวนยอดขายระหว่างปีกรณีสถานะทางการเมืองยังคงใช้เวลาและทำให้เป้าหมายยอดขายทั้งปีมีโอกาสปรับลด โดยคาดว่ายอดขายใน 1Q57 จะได้รับผลกระทบ สำหรับยอดขายทั้งปีคาดมาจากสินค้าแนวราบในสัดส่วนที่มากกว่าคือ 68% โดยมองตลาดสินค้าคอนโดมีเนียมจะอ่อนตัวลงเช่นเดียวกับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่

เปิดตัวโครงการใหม่ลดลงสอดคล้องกับภาวะตลาด
บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ปี 57 มีโครงการทั้งสิ้น 21 โครงการ มูลค่ารวม 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งสถานการณ์ทางการ เมืองยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทาง LH ค่อนข้างระมัดระวังทำให้แผนการเปิดตัวในปี57 มีการปรับลดมูลค่าลงจากปีก่อน 8% เป็นผลจากการลดลงของสินค้าคอนโดมีเนียม ขณะที่เพิ่มมูลค่าในสินค้าบ้านเดี่ยวมากขึ้น โดยคาดว่าความเสี่ยงจะมีผลกระทบต่อยอดขายที่เกิดจากสินค้าแนวราบมีน้อยกว่า ขณะเดียวกันเราคาดว่าบริษัทต้องการลดสินค้ารอการขายคอนโดมีเนียมที่ปัจจุบันมีอยู่ 1 หมื่นล้านบาท เรามองว่าเป็นแผนค่อนข้างระมัดระวังลดความเสี่ยงได้ดีจากเดิม ที่เคยคาดจะเปิดตัวมูลค่าใกล้เคียงกับปี 56

รุกตลาดต่างจังหวัดต่อเนื่อง
LH ยังคงแผนเปิดโครงการใหม่ในต่างจังหวัดต่อเนื่องในสัดส่วน 20% โดยเน้นจังหวัดที่เป็นหัวเมืองสำคัญ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี ขอนแก่น โดยจะเพิ่มสัดส่วนโครงการบ้านเดี่ยวที่จะได้รับการตอบรับดีกว่าคอนโดมีเนียม บริษัทยังเน้นการเพิ่มความหลากหลายของราคา 2-10 ล้านบาท เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม เช่น โครงการนันทวัน ราคา 10 ล้านบาท โครงการ สีวลี ราคา 3 – 5 ล้านบาท ส่วนคอนโดมีเนียมตามหัวเมือง 2 – 3 ล้านบาทต่อห้อง เราคาดว่าโครงการที่เปิดขายจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 57 ในสัดส่วน 12 – 14% ของรายได้ที่เราประมาณการ

จ่ายปันผลสม่ำเสมอให้ผลตอบแทน 6% ต่อปี
จากเหตุการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอนเพื่มความระมัดระวังในการทำธุรกิจ ทำให้บริษัทปรับแผนการออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งยังคงไม่เห็นการบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์ดังกล่าว และเรายังคงประมาณการปี 56 ผลประกอบการเดิมของปี 56 ที่มีรายได้รวม 2.5 หมื่นล้านบาทใกล้เคียงกับประมาณการรายได้ของบริษัทในที่ประชุมล่าสุด ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการ 4Q56 จะอ่อนตัวเมื่อเทียบกับรายไตรมาส โดยบริษัทยังคงอัตราการจ่ายปันผลที่ไม่ต่ำกว่า 70% ต่อปี (จากในอดีตที่ผ่านมาบริษัทจะจ่ายในอัตราโดยเฉลี่ย 80% ต่อปี) ซึ่งจะให้ผลตอบแทนทั้งปีที่ 6% สำหรับใน 2H56 เราคาดบริษัทจ่ายปันผลระหว่างกาลได้ราว 28 สตางค์ต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผล 3.2% คงคำแนะนำ “ซื้อ”