ปีที่ยากลำบากกำลังจะเริ่มต้น
ปรับลดมูลค่าเหมาะสมลง 16%
เราปรับลดมูลค่าเหมาะสมหุ้น MCOT ลงเหลือ 24.80 บาท จาก 29.60 บาท โดยประเมินด้วยวิธีอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E Ratio) แต่ใช้กรอบล่างที่ 20 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย P/E กลุ่ม Media ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนแนวโน้มการลดลงของกำไรจากผลกระทบหลังจากลงทุนธุรกิจทีวีดิจิทัลที่จะยังมีผลขาดทุนเช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆซึ่งจะฉุดให้ผลประกอบการโดยรวมลดต่ำลง นอกจากนี้ ยังได้รวมผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมืองซึ่งจะทำให้รายได้ค่าโฆษณาของช่องโมเดิร์น 9 จะลดลง 10% YoY เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2557 ของ MCOT ลงจากเดิม 50%
ต้นทุนทีวีดิจิทัลกดกำไรหด 47% YoY
MCOT เริ่มลงทุน 2 ธุรกิจใหม่ในปีนี้ คือ ธุรกิจให้บริการช่องทีวีดิจิทัล 2 ช่อง (HD และเด็ก) และ ธุรกิจให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือน เม.ย. โดยเราประเมินว่าในปีแรกของการลงทุนรายได้จากธุรกิจใหม่จะยังต่ำเพียง 350 ล้านบาท ในขณะที่ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นเกือบ 1 พันล้านบาท ทำให้มีผลขาดทุนขั้นต้นกว่า 600 ล้านบาท นอกจากนี้ ด้วยความสามารถในการแข่งขันต่ำทำให้ MCOT มีความเสี่ยงสูงจากจำนวนช่องทีวีที่เพิ่มขึ้น เราจึงคาดกำไรสุทธิปี 2557 ของ MCOT จะลดลงกว่า 47% YoY มาอยู่ที่เพียง 853 ล้านบาท
สิ้นสุดสัมปทาน TrueVision กดดันต่อเนื่อง
ในปี 2558 MCOT มีปัจจัยลบกดดันต่อเนื่องจากสัญญาร่วมดำเนินงานกับ TrueVision (กลุ่มบริการสมาชิกจานดาวเทียม) จะสิ้นสุดลง ซึ่งที่ผ่านมาทำรายได้ให้ MCOT ปีละประมาณ 400 ล้านบาท และไม่มีต้นทุน ดังนั้น หากไม่มีรายได้ดังกล่าว MCOT จะมีกำไรลดลงปีละประมาณ 320 ล้านบาท (หักภาษี 20%) ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการของ MCOT จะยังคงลดลงต่อเนื่องในปี 2558 ราว 6% YoY มาอยู่ที่ 801 ล้านบาท แม้เราจะคาดว่าธุรกิจทีวีดิจิทัลจะมีผลขาดทุนลดลงก็ตาม









