หอการค้าฯมองรัฐงัดพ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมม็อบ กระทบเชื่อมั่นการค้าระหว่างประเทศ รับชัตดาวน์กรุงเทพฯ เสียหายวันละ 700 ล้าน ภาคบริการจ่อปลดพนง.
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้คาดว่าจะเติบโต 3-4% จากการที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งธนาคารโลกปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจโลกจาก 2.4% เป็น 3.2% ขณะที่เศรษฐกิจจีนจะเติบโต 7.7%
ส่วนเศรษฐกิจไทยจะยังคงเติบโตได้ เนื่องจากอัตราค่าเงินบาทอ่อนลงมากอยู่ในระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากปี 2556 ที่อยู่ระดับ 30-31 บาทต่อดอลลาร์ อีกทั้งภาวะการค้าชายแดนจะยังเติบโตได้ดี สถานการณ์ส่งออกกุ้งเริ่มดีขึ้นจากการแก้ปัญหาโรค EMS (โรคตายด่วน) ในกุ้งได้ ราคาพืชไร่ดีขึ้นจากเงินบาทอ่อนค่า ผลผลิตน้ำตาลจะมีปริมาณมากขึ้นกว่า 10%
ขณะที่สินค้าที่ยังมีปัญหาคือ ยางพาราที่มีราคาตกต่ำกว่า 70 บาทต่อกิโลกรัม ในทุกจังหวัด กระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน ประกอบกับประชาชนมีการก่อหนี้ไว้ล่วงหน้าจากการซื้อรถยนต์และของใช้ในครัวเรือน ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมในหลายจังหวัดอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง
ส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง พบว่าส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการแจ้งเตือนการเดินทางเข้าไทยจากหลายประเทศ ทำให้เกิดปัญหานักท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ลดลงแล้ว 20-30% ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่หอการค้าได้รับเมื่อวานนี้
นอกจากนี้หอการค้าไทยมีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่คาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะยืดเยื้อต่อไปอีก โดยเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองจำนวนมากในกลุ่มภาคบริการ เช่น การท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการค้าขายจากการจับจ่ายของประชาชนลดน้อยลง
ขณะที่สินค้าเกษตร เช่น ข้าว ที่ชาวนายังไม่ได้เงินจำนำ ทำให้การใช้จ่ายชะลอตัวลงด้วย
ส่วนการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะนี้ยังไม่เห็นผล แต่เชื่อว่าจะมีผลต่อความเชื่อมั่นทางการค้าระหว่างประเทศระยะยาว อีกทั้งการแจ้งเตือนการเดินทางมาไทยกระทบการท่องเที่ยวให้ลดลงกว่า 30% การลงทุนชะลอตัว โดยเฉพาะนักลงทุนรายใหม่ รวมถึงคู่ค้ารายใหม่จะเกิดการชะลอตัว ขณะที่ภาคบริการอาจมีการปลดคนงาน
ในสัปดาห์นี้จะส่งจดหมายถึงสมาชิกเพื่อสอบถามความต้องการความช่วยเหลือจากสภาหอการค้าฯ ก่อนที่จะมีการออกมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจนต่อไป ขณะที่การชัตดาวน์กรุงเทพฯ กระทบวันละ 500-700 ล้านบาท เฉพาะในกรุงเทพ









