Downside Risk ต่ำ...สะท้อนความเสี่ยงทางการเมือง
ราคาหุ้นตอบรับเชิงลบต่อปัจจัยทางการเมืองมากแล้ว
ราคาหุ้น AOT ปรับลง 25% หลังมีชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ตั้งแตปลายปีที่แล้ว เรามองว่าราคาหุ้นมี Downside ต่ำแล้ว เพราะการลดลงของราคาหุ้นมากกว่าช่วงที่มีเหตุชุมนุมในอดีต (ปี 2549 – 2553) ซึ่งมีเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ ได้แก่ การยุบสภาฯ รัฐประหาร เลือกตั้งใหม่ ทำให้ราคาหุ้น AOT ปรับลดลงราว 17 - 20% และการปิดสนามบินสุวรรณภูมิที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของ AOT โดยตรง ทำให้ราคาหุ้นช่วงนั้นลดลงถึง 26% ใกล้เคียงกับการปรับลงในครั้งนี้ที่การให้บริการของทุกสนามบินยังเป็นไปตามปกติ ทำให้เราเชื่อว่าปัจจุบันราคาหุ้นมีการตอบรับปัจจัยลบไปมากแล้ว
จำนวนผู้โดยสารยังคงเติบโตแต่ชะลอตัวลง
สถิติทางการบินมีการเติบในอัตราที่ลดลงหลังเกิดเหตุชุมนุมทางการเมือง โดยจำนวนผู้โดยสารในช่วงเดือน พ.ย. 56 – ม.ค. 57 (1 – 19 ม.ค. 57) เติบโตเฉลี่ย 10% YoY ลดลงจากค่าเฉลี่ย 13% ของเดือน ม.ค. ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิมีผู้โดยสารทรงตัวทั้งๆที่เป็น High Season เราประเมินว่าจำนวนผู้โดยสารที่เติบโตในเดือน ม.ค. มาจาก 1) การขยายตัวของสายการบินต้นทุนต่ำช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารที่สนามบินดอนเมืองเพิ่ม 23% YoY และ 2) นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเลือกบินตรงเข้าสู่ สนามบินตามภูมิภาคที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ซึ่งมีอัตราการเติบโต 22% และ 10% YoY
ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ไม่จำเป็นต้องตั้ง IFF
ผู้บริหาร AOT ออกมาปฏิเสธข่าวการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท เพื่อนำเงินจากการระดมทุนเพื่อก่อสร้างโครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 ขณะที่เรามองว่าไม่มีความจำเป็นที่ AOT ต้องหาเงินทุนจากแหล่งอื่น จากฐานะทางการเงินแข็งแกร่งที่มีเงินสดในมือ 3.9 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมี EBITDA หลังหักภาระดอกเบี้ยจ่ายและเงินปันผลระหว่างปี 2557 – 2560 อยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการลงทุนขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 มูลค่า 6.2 หมื่นล้านบาท โดย AOT คาดว่าจะใช้เงินกู้เพียง 1.7 หมื่นล้านบาท (คิดเป็น 27% ของต้นทุนโครงการ)
หลังปัจจัยลบคลี่คลายเชื่อว่าจะกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
แม้การเติบโตของจำนวนผู้โดยสารจะต่ำกว่าเป้าหมายของ AOT มาก แต่ต่ำกว่าสมมติฐานของเราไม่มาก เรายังเชื่อว่าหลังเหตุการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย จำนวนผู้โดยสารจะกลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เรายังคงสมมติฐานการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารไว้ที่ 10% และกำไรปกติปี 2557 อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 17% YoY เราประเมินมูลค่าเหมาะสมของ AOT ไว้ที่ 220 ด้วยวิธี DCF (WACC ที่ระดับ 9%) และยังคงแนะนำ “ซื้อ”









