วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บลจ.ทิสโก้หั่นเป้าดัชนีปีนี้เหลือ1,418จุด

บลจ.ทิสโก้ หั่นเป้าดัชนีปีนี้เหลือ 1,418 จุด จาก 1,620 จุด หลังการเมืองกดดัน ฉุดเศรษฐกิจชะลอ แนะลงทุนหุ้นต่างประเทศ

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดการณ์เป้าหมายดัชนีหุ้นไทยในปีนี้ที่ 1,418 จุด โดยยังมีปัจจัยทางด้านการเมืองที่ยังคงยืดเยื้อ รวมถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง ทำให้ดัชนีหุ้นไทยในปีนี้มีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างจำกัด โดยมองว่าระดับดัชนีฯที่ประมาณ 1,300 จุด จะมีอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังประมาณ 9% เท่านั้น ซึ่งมองว่าผลตอบแทนยังไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยง

ทั้งนี้ เมื่อเดือน พ.ย. 56 บลจ.ทิสโก้ เคยคาดการณ์เป้าดัชนีฯปี 57 ไว้ที่ 1,620 จุด

นายสาห์รัช กล่าวว่า แนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนไปยังหุ้นในต่างประเทศ ทั้งในเอเชียเหนือ-ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และยุโรป ที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังมีความน่าสนใจ จากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่องทำให้สินค้าของประเทศญี่ปุ่นเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยที่มีการคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 12% เมื่อเทียบกับปี 56 และมีอัพไซด์อยู่ที่ 27% รวมถึงนโยบาย Abenomics ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปีก่อน โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการขยายตัวที่ระดับ 2% และเริ่มเห็นผลชัดเจน รวมถึงอัตราเงินเฟ้อของประเทศญี่ปุ่นจากที่ติดลบเกือบ 1% สามารถกลับมาเป็นบวกที่ 1.5%

ในขณะที่ตลาดหุ้นในกลุ่มเอเชียเหนือ โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีน คาดว่ากำไรของบริษัทต่างๆจะเติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น และแนวโน้มการอ่อนค่าลงของเงินสกุลเอเชียจากการชะลอมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งผลให้สินค้าจากเอเชียมีความสามารถในการแข่งขันสูง รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนส่งผลให้หุ้นจีนสามารถกลับมาซื้อขายที่ระดับ P/E สูงขึ้นได้ และมีอัพไซด์สูงถึง 70%

"ในส่วนของผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉลี่ยจะอยู่ในระดับ 15-20% ซึ่งบางตลาดอาจมีผลตอบแทนที่มากกว่า เช่น ตลาดหุ้นจีน ในขณะที่ผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยไม่น่าจะเกิน 10% เพราะขณะนี้ต้องเผชิญกับปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากปัญหาทางการเมืองภายในประเทศ ทำให้นักลงทุนขาดความมั่นใจที่จะมาลงทุน" นายสาห์รัช กล่าว