"ยูนิลีเวอร์"เผยยอดขายเติบโตลดลงเป็นครั้งแรก นับจากปี 2552 เนื่องจากเกิดภาวะซบเซาในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่
ยักษ์ใหญ่ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคของโลก "ยูนิลีเวอร์" ประกาศผลประกอบการของปี 2556 ว่า ยอดขายเติบโตลดลงเป็นครั้งแรก นับจากปี 2552 เนื่องจากเกิดภาวะซบเซาในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่
ยูนิลีเวอร์ เปิดเผยว่า ในรอบปีที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 4,840 ล้านยูโร หรือราว 196,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากเมื่อปี 2555 ที่มีกำไรอยู่ที่ 4,370 ล้านยูโร ขณะที่รายได้ลดลง 3% ลงมาอยู่ที่จำนวน 49,780 ล้านยูโร
นอกจากนี้ ยูนิลีเวอร์ยังระบุว่า สัดส่วนยอดขายในจีน อินเดีย และตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่น ๆ คิดเป็นประมาณเกือบ 60% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท ซึ่งถือว่าสูงกว่าสัดส่วนของคู่แข่งหลักที่เป็นผู้ผลิตสินค้าเพื่อผู้บริโภคอันดับ 1 ของโลกอย่าง "พร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล" หรือ พีแอนด์จี ที่มีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 39%
ขณะที่ การเติบโตของยอดขายในหมวดผลิตภัณฑ์ดูแลตนเองที่มีสัดส่วนประมาณ 35% ของยอดขายทั้งหมดและเป็นหมวดสินค้าที่สร้างรายได้หลักในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ เติบโตชะลอตัวลงจาก 10% มาอยู่ที่ 7.3% ถือเป็นการเติบโตลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี
ด้านหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอของยูนิลีเวอร์ "นายพอล โพลแมน" กล่าวว่า แม้ในปีที่ผ่านมา การเติบโตของยอดขายจะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในตลาดของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ จนเป็นเหตุให้ความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยหรือกำลังซื้อของผู้บริโภคลดน้อยลงไปบ้าง แต่ในปีนี้ องค์กรจะพยายามปรับตัวเพื่อรับมือกับความผันผวนของผลกระทบจากภายนอก และ กำหนดตำแหน่งทางการตลาดให้ชัดเจนในใจผู้บริโภค









