วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

5แบงก์ฟันกำไรพุงปลิ้น ปี'56โต27%

5 แบงก์โชว์ผลประกอบการปี 2556 กำไรพุ่ง 27% "ไทยพาณิชย์"กวาดกำไรสุทธิ 5 หมื่นล้าน โต 28% อานิสงส์สินเชื่อโต 12.1% กสิกรไทยเพิ่ม 17.2%

ธนาคารพาณิชย์ 5 แห่งได้แจ้งผลประกอบการงวดปี 2556 มายังตลาดหลักทรัพย์ ประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารทิสโก้ และธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์แบงก์ ซึ่งส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถ้วนหน้า รวมเติบโต 27.82%

นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ผลประกอบการงวดปี 2556 มีกำไรสุทธิ 50,200 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 28% จากปี 2555 โดยเป็นกำไรสุทธิในไตรมาส 4 จำนวน 11,800 ล้านบาท ผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นมาจากการรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 17.6% รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 23.6% จากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมและรายได้จากการรับประกันภัย 16.4% รายได้จากเงินปันผลและรายได้จากการลงทุนเพิ่มในระดับสูง และรายได้จากการปริวรรตและค้าเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 20.9% โดยสินเชื่อเติบโตระดับ 12.1% จากปีก่อน

ในปี 2556 ธนาคารได้ทำการตั้งสำรองในระดับสูงเป็นจำนวนรวม 13,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,200 ล้านบาท หรือ 45.2 % เมื่อเทียบกับปี 2555 ซึ่งตั้งไว้ที่ 9,400 ล้านบาท ทั้งนี้ อัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคาร (เอ็นพีแอล) ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2556 คงที่ อยู่ที่ระดับ 2.14% โดยอัตราสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นจาก 144.8% ณ สิ้นปี 2555 เป็น 150.8% ณ สิ้นปี 2556

ทางด้านนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ผลการดำเนินงานสำหรับ ปี 2556 โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 41,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จำนวน 6,065 ล้านบาท หรือ 17.20%จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ จำนวน 9,216 ล้านบาท หรือ 14.50% โดยอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin :NIM) อยู่ที่ระดับ 3.55% รวมถึงรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจำนวน 7,429 ล้านบาท หรือ 18.24% เป็นผลมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ และรายได้เบี้ยประกันภัยรับสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในปี 2556 ธนาคารได้ตั้งสำรองการด้อยค่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์และมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องจำนวน 1,566 ล้านบาท และการกลับรายการประมาณการส่วนแบ่งขาดทุนจากการบริหารสินทรัพย์ของ บสท. ส่วนที่ตั้งไว้เกินจำนวน 1,159 ล้านบาท รวมทั้งการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 23% เป็น 20% ในปี 2556

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 ธนาคารและบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมจำนวน 2,290,045 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2555 จำนวน 212,603 ล้านบาท หรือ 10.23% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนและเงินให้สินเชื่อ

เอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 อยู่ที่ระดับ 2.11% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ระดับ 2.16% แต่ในแง่เม็ดเงินอยู่ที่ 1,590 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2555 ที่มี 1,535 ล้านบาท

โดยในปีนี้ ธนาคารได้ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับความเสี่ยงเชิงระบบ (Countercyclical provision) ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจขาลง และความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 อยู่ที่ระดับ 134.52% ขณะที่สิ้นปี 2555 อยู่ที่ระดับ 131.83% นอกจากนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยตามหลักเกณฑ์ BASEL III อยู่ที่ 15.78% โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 12.57%

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในไตรมาส 4 ปี 2556 ธนาคารมีกำไรสุทธิจำนวน 1,799 ล้านบาท ส่งผลให้ตลอดทั้งปี 2556 ธนาคารมีกำไรสุทธิจำนวน 5,737 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 39% จากรอบปีก่อน เป็นผลมาจากรายได้จากการดำเนินงานที่เติบโต 21.2% ขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเพียง 9.1% ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 50.5% จาก 56.5% ในปีก่อน

ประกอบกับรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิก็ขยายตัวแข็งแกร่งเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้น 19% ตามการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมกองทุนรวม, ค่าธรรมเนียมการขายbancassurance และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อ

นอกจากนี้ธนาคารประสบความสำเร็จในการเพิ่มฐานลูกค้าเงินฝากรายย่อย ทำให้เงินฝากเติบโตประมาณ 33,500 ล้านบาทหรือ 7% จากสิ้นปีก่อนหน้า และฐานเงินฝากของลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้นเป็น 69% ช่วยให้ธนาคารมีฐานเงินฝากที่มั่นคงยิ่งขึ้น ในส่วนของสินเชื่อในปีที่ผ่านมาขยายตัว 46,800 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า โดยเป็นผลจากการขยายตัวของทั้งสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก

ทั้งนี้ เงินให้สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กมีอัตราการขยายตัวมากที่สุด ทำให้ผลตอบแทนของสินเชื่อรวมดีขึ้น ซึ่งเมื่อประกอบกับการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ดี ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยรับ (NIM) เพิ่มขึ้น เป็น 3.12% จาก 2.73% ในปีก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 22% ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้น 19% ทำให้ธนาคารมีรายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 18% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ณ เดือนธันวาคม 2556 ธนาคารมีเอ็นพีแอลจำนวน 22,421 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจำนวน 318 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 22,103 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2555 ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพลดลงมาอยู่ที่ 3.87% จาก 4.10% ต่อสินเชื่อรวม อย่างไรก็ตามธนาคารได้ตั้งสำรองพิเศษเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยนอกเหนือจากสำรองของธุรกิจปกติสุทธิ 2,670 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2556 ธนาคารได้ตั้งสำรองพิเศษเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากวัฏจักรเศรษฐกิจ (Countercyclical Cushion) จำนวน 4,143 ล้านบาทและไตรมาส 4 ธนาคารได้เพิ่มเติมสำรองทั่วไปอีก 800 ล้านบาท รวมทั้งปี 7,613 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ ของธนาคารและบริษัทย่อย ณ สิ้นปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 140% จาก 113% ณ สิ้นปีก่อนหน้า