วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เจซีเพนนี'ปิดสาขา-ลดพนักงาน

"เจซี เพนนี" ประกาศปิดสาขา 33 แห่ง พร้อมลดพนักงานลง 2,000 คน หวังจะสามารถกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง

ห้างค้าปลีกชื่อดังของสหรัฐ "เจซี เพนนี" ประกาศปิดสาขา 33 แห่ง พร้อมลดพนักงานลง 2,000 คน ด้วยความหวังว่าจะสามารถกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งหนึ่ง

หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอเจซี เพนนี "นายไมรอน อูลเเมน" แถลงว่า การเลือกดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าว เพื่อให้กิจการพัฒนาความสามารถในการทำกำไรได้ดีขึ้น

เจซี เพนนี เป็นห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่รายที่สองของสหรัฐ ที่ประกาศเลิกจ้างพนักงาน หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่เเล้ว เมซีย์ส เพิ่งประกาศลดพนักงานจำนวน 2,500 คน

ขณะที่ เซียร์ส แคนาดา เปิดเผยว่า ปีนี้เตรียมปรับลดพนักงานลงมากกว่า 1,600 คน หรือคิดเป็นประมาณกว่า 7% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดขององค์กร หลังจากทำการปรับโครงสร้างและทำสัญญาจ้างพนักงานจากภายนอกมาบางส่วน

ทั้งนี้ เจซี เพนนี ซึ่งเปิดดำเนินการห้างสรรพสินค้าที่จับตลาดระดับกลางในสหรัฐประมาณ 1,100 สาขา กำลังพยายามยับยั้งการขาดทุนและดึงลูกค้ากลับคืนมา หลังจากยอดขายในปีงบประมาณ 2555 ลดลงถึง 25% เพราะล้มเหลวในการจับตลาดบน ทำให้ทางห้างกลับมาให้ส่วนลดในการจับจ่ายสินค้า รวมถึงกลับมานำเสนอสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเอง อันเป็นกลุยทธ์ที่เคยได้รับความนิยม

ทางด้านนักวิเคราะห์จากแม็กซิม กรุ๊ป "นายริค สไนเดอร์" ให้ความเห็นว่า ไมใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เจซี เพนนี ต้องปิดห้างในบางสาขา เพราะเป็นผลมาจากสถานการณ์ทางการเงินที่ไม่สู้ดีนัก

โฆษกเจซี เพนนี กล่าวว่า ห้างที่ถูกปิด 2 ใน 33 สาขา ตั้งอยู่ในจุดที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเอง ส่วนในสาขาที่เหลือ เป็นการทำสัญญาเช่าพื้นที่จากบุคคลอื่น

การปิดดำเนินการห้างค้าปลีกจำนวน 33 สาขาของเจซี เพนนี ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนพฤษภาคม จะช่วยประหยัดต้นทุนการดำเนินงานราว 65 ล้านดอลลาร์ต่อปี นับตั้งเเต่ปีนี้เป็นต้นไป

นอกจากเจซี เพนนีแล้ว เบสท์บาย และ เซียร์ส เป็นห้างค้าปลีกที่ประกาศปิดสาขาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมซีย์ส ประกาศปิดดำเนินการ 5 สาขา แต่เปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 8 สาขาในเวลาเดียวกัน