สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (9 - 15 ม.ค. 2557)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง 1.0% ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาเชิงลบไม่ว่าจะเป็นยอดการส่งออกเดือน ธ.ค.ที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด รวมถึงยอดสินเชื่อใหม่สกุลเงินหยวนชะลอตัวลงและเพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาด แม้จะมีการฟื้นตัวได้ในระหว่างสัปดาห์แต่เป็นไปอย่างจำกัด ขณะที่กลุ่มสินแร่ปรับตัวขึ้น ได้แก่ Aluminum Corp. หลังคาดผลประกอบการในปี 2556 จะสามารถพลิกเป็นกำไรได้ รวมไปถึง Jilin Ji En Nickel ปรับตัวขึ้นหลังอินโดนีเซียประกาศแผนห้ามส่งออกสินแร่
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (9 - 15 ม.ค. 2557)
แม้ว่าจะปรับฐานลงสู่แนวรับ 1,240 จุด เพื่อปิดความเสี่ยงทางการเมืองจากการเข้าสู่การปิดกรุงเทพฯของกลุ่ม กปปส. ในวันที่ 13 ม.ค.เป็นวันแรก อย่างไรก็ตามเกิดการฟื้นตัวลักษณะ Technical Rebound นำโดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลก อย่างกลุ่มพลังงาน รวมถึงการฟื้นตัวของกลุ่มธนาคาร เพื่อเก็งกำไรต่องบการเงินที่จะทยอยประกาศในช่วงปลายสัปดาห์นี้ อีกทั้งเมื่อนายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ เสนอประชุมร่วมทุกฝ่าย เพื่อหารือถึงแนวทางการเลื่อนการเลือกตั้ง ตามที่ กกต. เสนอ สร้างแรงเก็งกำไรผลักดันดัชนีทำระดับสูงสุดในช่วงวันที่ 9-15 ม.ค.ที่ 1,295.87 จุดในวันที่ 14 ม.ค. อย่างไรก็ตามเมื่อทุกฝ่ายที่เข้าประชุม ยืนยันเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เช่นเดิมกอปรกับแรงขายทำกำไร ส่งผลให้SET INDEX ณ วันที่ 15 ม.ค. ปิดที่ระดับ 1,277.73 จุด เพิ่มขึ้น 19.30 จุด หรือ +1.53%
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (17 - 23 ม.ค. 2557)
MBKET ยังคงให้น้ำหนักกับการเมืองภายในประเทศเป็นสำคัญ ขณะที่การประชุม กนง. สัปดาห์หน้า จะเป็นอีกตัวช่วยที่จำกัด Downside Risk ของ SET INDEX เช่นกัน
คาดกรอบแกว่งของ SET INDEX สัปดาห์หน้าอยู่ระหว่าง 1,250 - 1,330 จุด
1. พัฒนาการทางการเมือง จากนี้ไป หลัง กลุ่มกปปส. เริ่มปิดกรุงเทพฯตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา สำหรับประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามได้แก่
a. ผลสรุปของอนุกรรมการไต่สวน ปปช. คดีทุจริต จำนำข้าว จะชี้มูลความผิดถึงใคร โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี รักษาการ ยิ่งลักษณ์ เพราะถือเป็นตัวแปรสำคัญต่อบรรยากาศการเมือง ณ ปัจจุบัน
b. การกดดันรัฐบาลรักษาการ และ นายกรัฐมนตรี รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ของกลุ่ม กปปส. จะพัฒนาการอย่างไร
c. ท่าทีกลุ่มชาวนา หลังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว จากรัฐบาลรักษาการ ตามตารางเวลาที่รัฐบาลกำหนดวันที่ 15 ม.ค.
2. การประชุม กนง. วันที่ 22 ม.ค. หากประเมินจากการอ่อนค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และภาพรวมการเมืองที่ยืดเยื้อ กนง. อาจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเป็นครั้งที่ 2 อีก 0.25% เป็น 2.00% ได้ ซึ่งจะเป็นบวกต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
3. ปัจจัยต่างประเทศ ติดตามการประชุม BoJ วันที่ 22 ม.ค. // GDP ใน 4Q56 ของจีน วันที่ 20 ม.ค.
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดตราสารหนี้สัปดาห์ที่ผ่านมา (9 - 15 ม.ค. 2557)
ตลาดตราสารหนี้สหรัฐ รอบสัปดาห์ เงินทุนไหลกลับเข้าตลาดตราสารหนี้อีกครั้ง ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ปรับตัวลงอย่างมีนัยยะสำคัญ อายุ 2 ปี ผลตอบแทนลดลง 3.45bps ปิด ณ วันที่ 15 ม.ค.ที่ 0.3905% ส่วนอายุ 10 ปี ผลตอบแทนลดลง 9.82bps ปิด ณ วันเดียวกันที่ 2.8912% เมื่อนักลงทุนเริ่มกังวลต่อ valuation ของตลาดหุ้นสหรัฐ เทียบกับความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน ทำให้เกิดแรงขายทำกำไร และนำเงินเข้าพักในตลาดตราสารหนี้ แม้ว่ารายงาน Beige Book ของเฟดจะส่งสัญญาณบวกจากการสำรวจครั้งก่อนหน้าก็ตาม
ตลาดพันธบัตรไทยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างชาติซื้อ - ขายสุทธิสลับกัน แต่ยอดรวม ซื้อสุทธิ 4,400 ล้านบาท เน้นพันธบัตรรัฐบาลไทย ระยะยาว อายุ 10 ปี ผลตอบแทนลดลง 4.00bps ปิด ณ วันที่ 15 ม.ค.ที่ 4.03% ขณะที่พันธบัตรอายุ 5 ปี ผลตอบแทนลดลงเล็กน้อย 1.00bps จากสัปดาห์ก่อนหน้าลดลงแรงถึง 12.00bps ปิด ณ วันเดียวกันที่ 3.40% ทั้งนี้การปรับตัวลงของผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว สะท้อนถึงมุมมองต่อการประชุมกนง.วันที่ 20 ม.ค. มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้
-------------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง









