วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต่างชาติทิ้งกองอสังหาฯ เทรดต่ำจองยกแผง

กองสังหาฯ ราคาต่ำกว่าราคาจองทุกกอง หลังต่างชาติแห่ขาย หวั่นการเมืองภายใน-เงินบาทอ่อนค่า "ทีโกรท" รับนักลงทุนต่างชาติขายตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

สำรวจการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าซื้อขายในปี 2556 จำนวน 7 กองทุน พบว่า ราคาซื้อขายหน่วยลงทุนปรับตัวลงต่ำกว่าราคาเสนอขาย (ไอพีโอ) ทุกกองทุน โดยกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไทคอน อินดัสเทรียล โกรท (TGROWTH) ราคาปรับลดลงมากที่สุด 12.50% รองลงมาคือ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอราวัณ โฮเทล โกรท (ERWPF) โดยราคาหน่วยลงทุนปรับลดลง 11.54% และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์คริสตัล รีเทล โกรท (CRYSTAL) ซึ่งราคาปรับลดลง 10.85%

นายวีรพันธ์ พูลเกษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล หรือ TICON ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไทคอน อินดัสเทรียล โกรท (TGROWRH) กล่าวว่า กรณีที่ราคาหน่วยลงทุนปรับลดลงต่ำกว่าราคาไอพีโอนั้น น่าจะเป็นไปตามบรรยากาศการลงทุนโดยรวมของตลาดหุ้นไทย ทั้งนี้ กองทุน TGROWTH เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรกในวันที่ 18 ธ.ค. 2556 ซึ่งวันแรกที่เข้าทำการซื้อขายก็ราคาต่ำกว่าราคาจองเช่นกัน

ขณะเดียวกัน การขายหน่วยลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาต่อหน่อยปรับตัวลดลง ซึ่งประเมินว่านักลงทุนต่างประเทศมีความกังวลเรื่องปัจจัยทางการเมืองในประเทศ และความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทค่อนข้างมาก สังเกตได้จากหุ้นขนาดใหญ่ หรือหุ้นที่มีนักลงทุนต่างประเทศถืออยู่ในสัดส่วนมาก ก็ราคาลดลงเช่นกัน

"สำหรับหุ้นไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น เชื่อว่าจะได้รับผลกระทบด้านราคาไม่มาก เพราะมีนักลงทุนต่างประเทศถือหุ้นไม่มาก แต่ยอมรับว่าราคาซื้อขายของกองทุน TGROWTH ได้รับผลกระทบจากแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศพอสมควร ในวันที่เข้าซื้อขายวันแรกและราคาต่ำกว่าจอง บริษัทก็มองเป็นโอกาสให้เข้าไปลงทุนเพิ่ม ก็ได้เข้าไปซื้อเพิ่ม และหากราคาต่ำกว่าพื้นฐาน หรือต่ำกว่าราคาจองไปมากกว่านี้ ก็พร้อมจะเพิ่มสัดส่วน"

ขณะที่เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2556 บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชัน (TICON) รายงานว่า บริษัทได้มีการลงทุนในกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไทคอน อินดัสเทรียล โกรท (TGROWTH) เพิ่มเติมจากที่ได้มีการลงทุนเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 อีกรวมมูลค่า 470.72 ล้านบาท ทำให้ ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2556 บริษัทมีสัดส่วนการลงทุนในกองทุนดังกล่าวรวมเป็น 28.5% ของหน่วยลงทุนทั้งหมด ทั้งนี้ การลงทุนเพิ่มเติมในกองทุนดังกล่าวถือเป็นการได้มาซึ่งสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเท่ากับ 1.81% เมื่อเทียบกับทรัพย์สินรวมของบริษัท ณ 30 กันยายน 2556 และมีมูลค่าเท่ากับ 7.23% เมื่อรวมรายการประเภทเดียวกันที่เกิดขึ้นในระหว่าง 6 เดือนที่ผ่านมา

ด้านบลจ. กรุงไทย ในฐานะผู้จัดการกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซี.พี.ทาวเวอร์ โกรท กล่าวว่า การเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรก ของกองทุน ซี.พี.ทาวเวอร์ โกรท ราคาซื้อขายต่ำกว่าราคาจองที่ 10.15 บาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาวะของตลาดที่มีความผันผวน ทำให้นักลงทุนบางส่วนรอที่จะเข้าซื้อหน่วยลงทุนหลังจากเข้าซื้อขาย ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะเข้าลงทุนใน ซี.พี.ทาวเวอร์ โกรท หลังจากราคาลดลงต่ำกว่าราคาจองเนื่องจากกองทุนดังกล่าวมีผลตอบแทนที่สม่ำเสมออยู่ที่ประมาณ 7.29% ต่อปี ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนสิทธิการเช่าในตลาดถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน

ขณะที่ บลจ.วรรณ ในฐานะผู้จัดการ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยูนิลอฟท์ (UNIPF) ระบุว่า กองทุนฯ ยูนิลอฟท์ เป็นกองทุนที่ลงทุนในกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ โครงการหอพักยูนิลอฟท์ ศาลายา จะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนราว 7-8 %ต่อปี หลังจากที่มีอัตราการเช่าเกิน 80% โดยกองทุนดังกล่าวมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ในอัตราไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วของรอบระยะบัญชี