ผู้ประกอบการโซลาร์รูปท็อป ปรับตัวรับผลกระทบ หลังจากการขยายระยะเวลาจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่อนุมัติ
นายดุสิต เครืองาม นายกสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยโซลาร์ฟิวเจอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ทางสมาคมจะเรียกหารือกับสมาชิกซึ่งเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ ในวันที่ 22 มกราคมนี้ เพื่อประเมินผลกระทบและช่วยกันหาแนวทางปรับตัวในการดำเนินธุรกิจ หลังจากที่ การติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ บนหลังคา มีปัญหาการได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหรือ ร.ง. 4 ล่าช้า เนื่องจากต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่เป็นผู้อนุมัติ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่สามารถที่จะเข้าไปติดตั้งแผลเซลล์แสงอาทิตย์ให้กับลูกค้าจนสามารถขายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ได้ทันภายในวันที่ 31ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยถึงแม้ว่าทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหรือกกพ. จะผ่อนปรนให้ขยายระยะเวลาออกไปจนถึงวันที่ 31มกราคม 2557 แต่เมื่อถึงกำหนด คาดว่าการติดตั้งจะยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากจำเป็นต้องรอ ใบ ร.ง.4 จากกระทรวงอุตสาหกรรม
"ปัจจุบันผู้ประกอบการที่รับติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา คงดำเนินการอะไรมากไม่ได้ เพราะต้องรอการได้รับใบอนุญาต โดยทางราชการแจ้งว่า จะต้องให้รัฐบาลชุดใหม่เป็นผู้พิจารณา ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะเป็นเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 มกราคม ที่จะมีการหารือกันภายในสมาคม คงจะมีแนวทางบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เช่น การเข้าไปดูแลลูกค้า หรือการเข้าไปเตรียมการที่หน้างานให้พร้อมสำหรับการติดตั้งเอาไว้ก่อน"
ด้าน นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา(Solar PV Rooftop) ที่จะขอขยายระยะเวลาการขายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ออกไปจากเดิมที่สิ้นสุดตั้งแต่วันที่ 31ธันวาคม 2556 จำเป็นจะต้องรอรัฐบาลชุดใหม่มากดำเนินการ เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันที่รักษาการ จะไม่มีการ ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่ออนุมัติ ในขณะที่ .กกพ.อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม และพยายามหาทางออกเกี่ยวกับประเด็นเรื่องการขออนุญาตใบประกอบกิจการโรงงาน ( รง.4 )ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด
ในส่วนของโซลาร์รูฟท็อป ที่เป็นบ้านที่อยู่อาศัย ที่มีผู้สนใจติดตั้ง ไม่ครบตามเป้าหมาย 100เมกะวัตต์ นั้น กกพ. อยู่ในระหว่างพิจารณา ที่จะส่งเสริมไปในกลุ่มบ้านจัดสรร ในโครงการใหม่ ที่จะมีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เข้าไปด้วย เพื่อให้ผู้ประกอบการบ้านจัดสรร สามารถวางแผนและออกแบบโครงสร้างของบ้านให้รองรับการติดตั้ง ซึ่งจะเป็นจุดขายให้กับผู้บริโภค ที่ต้องการจะขายไฟฟ้า ภายใต้โครงการ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องนโยบายที่จะต้องรอรัฐบาลใหม่พิจารณา
สำหรับผู้สมัครเข้าร่วมโครงการและผ่านการคัดเลือกจากทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวงนั้น มีจำนวนทั้งสิ้น 7,521 ราย แยกเป็น ประเภทบ้านอยู่อาศัย 6,040 ราย และประเภทธุรกิจและโรงงาน 1,481 ราย โดยในส่วนของประเภทธุรกิจและโรงงาน มีจำนวนที่เสนอขายสูงถึงประมาณ 500เมกะวัตต์ สูงกว่าเป้าหมายที่จะรับซื้อ 100 เมกะวัตต์ ส่วน กลุ่มบ้านที่อยู่อาศัย มีจำนวนประมาณ 52เมกะวัตต์ ต่ำกว่าเป้าหมายที่รับซื้อ 100เมกะวัตต์









