วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมศุลฯห่วงการเมืองยืดเยื้อรายได้ต่ำเป้า

กรมศุลฯสั่งย้ายการปฏิบัติงานส่วนกลางไปประจำการตามด่านต่างๆ รองรับการให้บริการปชช.ห่วงปัญหาการเมืองยืดเยื้อ รายได้ไตรมาส 2 ต่ำเป้า

นายราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า วันนี้ (14 ม.ค.) นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ได้เรียกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังเข้าประชุมเพื่อร่วมประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับการยกระดับการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.ที่ได้เดินทางมาปิดล้อมกระทรวงการคลัง และ 3 กรมจัดเก็บภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร โดยได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดรักษาสถานที่ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมปฏิบัติการตามแผนรอบรับสถานการณ์ฉุกเฉินตามขั้นตอนที่ได้วางไว้ทุกประกัน เพื่อให้งานบริการประชาชนไม่สะดุด รวมถึง ส่วนกลางของทุกหน่วยงานประเมินสถานการณ์ทุกชั่วโมง

ในส่วนของกรมศุลกากรนั้น ตนได้มอบหมายให้นายยุทธนา หยิมการุณมรองอธิบดีกรมศุลกากร และนายชูชัย อุดมโภชน์ รองอธิบดีกรมศุลกากร ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยหลังจากกลุ่มกกปส.ได้เข้าปิดล้อมกรมศุลกากรเมื่อวานนี้ ตนได้สั่งการให้ข้าราชการกรมศุลกากรออกจากพื้นที่และให้หยุดทำงานต่อไปอย่างไม่มีกำหนด ตามที่ กปปส. ต้องการ เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาการกระทบกระทั่ง

อย่างไรก็ตาม สถานที่ตั้งกรมศุลกากรที่กลุ่มกกปส.ได้ปิดล้อมนั้น เป็นสถานที่ส่วนกลางที่เป็นฝ่ายสนับสนุนและหน่วยงานบริการประชาชน ตนได้ย้ายให้ไปปฏิบัติงานที่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และท่าเรือเอกชน 20 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการตามวิธีการปฏิบัติของศุลกากร ขณะที่ หน่วยจัดเก็บส่วนใหญ่ อยู่ประจำอยู่ภายนอกกรมฯ และตามด่านศุลกากรต่างๆทั่วประเทศ ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

"ยอมรับว่า ขณะนี้มีการทำงานของกรมศุลกากร มีปัญหาติดขัดบ้างไม่ได้ 100% แม้ว่าระบบปฏิบัติการของกรมศุลกากรจะอยู่ที่ลาดกระบัง สุวรรณภูมิ และด่านต่างๆทั่วประเทศ แต่ก็อาจจะเกิดปัญหาความยุ่งยากในการส่งข้อมูลอาจล่าช้า และประชาชนไม่สะดวกในการเดินทางมาออกของที่กรมฯ เช่น อาจจะต้องไปชำระเงินที่คลองเตย แต่ต้องไปออกของที่สุวรรณภูมิ ทำให้ตอนนี้ต้องใช้เวลาออกของล่าช้าออกไปจาก 2 ชม เป็น 3 ชม เป็นต้น"เขากล่าว

ทั้งนี้ เบื้องต้นประเมินว่า หากเกิดสถานการณ์การเมืองมีความยืดเยื้อ จะทำให้การจัดเก็บรายได้ในไตรมาส 2 ต่ำกว่าเป้าหมาย หลังจากที่ไตรมาสแรกก็จัดเก็บต่ำกว่าเป้าแล้ว 3.5 พันล้านบาท แต่อย่างไรก็ดี ส่วนตัวยังมองแง่บวกว่า ปีนี้ยังไม่ปรับลดเป้าจัดเก็บรายได้ เพราะอีกไม่กี่เดือน ใกล้ถึงช่วงที่ผู้ประกอบการ จำเป็นต้องนำเข้าสินค้ามาเพื่อประกอบธุรกิจ และการนำเข้าส่งออกยังสามารถขนส่งเข้ามาทางเรือและด่านศุลกากรได้ตามปกติ