วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แม็ค กรุ๊ป ดึงกองทุนต่างชาติถือ13.13%

แม็คกรุ๊ป ได้พันธมิตรกองทุนต่างชาติ เข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้นรวม 13.13% สะท้อนความเชื่อมั่นการเติบโตของบริษัทเกิน 20% ต่อปี

นางปรารถนา มงคลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายกางเกงยีนส์ยี่ห้อแม็ค เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ในต่างประเทศ บริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุนค่อนข้างมาก จากพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ผลประกอบการของบริษัทที่ดี โดยกำไรสุทธิเติบโตถึง 23% สำหรับเก้าเดือนแรกของปี 2556

โดยเมื่อวันที่ 10 ม.ค.2557 บริษัทได้ลงนามเซ็นสัญญาดึงผู้ถือหุ้นพันธมิตรมินโด เอเชีย อินเวสท์เม้นท์ ลิมิเต็ด (mindo asia investments limited) บริษัทเพื่อการลงทุน ซึ่งถือหุ้นโดยกองทุนลอมบาร์ด เอเชีย IV (Lombard Asia IV L.P.) เข้าถือหุ้น 8.75% และเอ็นที อาเซียน ดิสคอฟเวอร์รี่ ฟันด์ (NTAsian Discovery Fund) เข้าถือหุ้น 4.38 %

นางสาวสุณี เสรีภาณุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป กล่าวว่า การเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นพันธมิตรของ MINDO ASIA INVESTMENTS LIMITED และ NTAsian Discovery Fund ในครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดี และยังเป็นการสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในพื้นฐานและศักยภาพการเติบโตของบริษัท เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายใหม่ทั้ง 2 ราย เป็นกองทุนที่มีชื่อเสียงที่เน้นการลงทุนระยะยาวในบริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ที่มีพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง แนวโน้มการเติบโต และศักยภาพการแข่งขันสูง

นายสุรศักดิ์ เคารพธรรม กรรมการผู้จัดการของลอมบาร์ด กล่าวว่า การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมและความสามารถในการครองตลาดทั่วประเทศทำให้แม็คเป็นบริษัทที่ศักยภาพในการเติบโต จากประสบการณ์ในการลงทุนระยะยาวกับบริษัทในประเทศไทยมามากกว่า 15 ปี ลอมบาร์ดมีความยินดีที่จะได้ทำงานร่วมกับผู้บริหารของแม็คกรุ๊ป เพื่อที่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับความเป็นผู้นำในตลาดในประเทศ และการขยายไปสู่ตลาดอาเซียน

นายจอห์น ทอมสัน ผู้อำนวยการบริหารของ NTAsset (ผู้บริหารกองทุน NTAsian Discovery Fund) กล่าวว่า เราประทับใจกับการจัดการและการบริหารงานของบริษัท รวมถึงผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่อง เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่เราเชื่อมั่นว่าจะกลายเป็นผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์ในภูมิภาคนี้

โดยการซื้อขายหลักทรัพย์ของแม็คในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ เนื่องจากในช่วงเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) นั้น เป็นการเสนอขายหุ้นให้แก่นักลงทุนในประเทศเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารจัดการ และนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด