การเติบโตแย่กว่า GDP เป็นไปได้น้อย
มีสัญญาณอ่อนตัวของยอดขายในช่วง 1H57
การยกระดับชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. ด้วยการปิดพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ 7 จุดตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.เป็นต้นไป รวมทั้งการเพิ่มมุมมองเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทยของบล. Phatra (House View) ล่าสุดได้ปรับลดประมาณการ GPD ปีนี้เหลือ 2.8% จาก 4.3% และคาดว่าครึ่งปีแรก GDP จะขยายตัวเพียง 0.6% ทำให้เรามองเป็นปัจจัยกดดันกลุ่มค้าปลีกมากขึ้นและอาจกระทบยอดขายครึ่งปีแรก จากการสอบถาม HMPRO และ GLOBAL ให้ความเห็นสอดคล้องมุมมองเราว่ามีโอกาสเห็นยอดขายครึ่งปีแรกชะลอตัวต่อจาก 4Q56
เพิ่มความระมัดระวังต่อ SSSG
การปรับลด GPD และการเมืองที่ร้อนแรง ทำให้เราประเมินว่าจะมีความเสี่ยงต่อ HMPRO CPALL GLOBAL ทำให้มีโอกาสที่กำไรจะต่ำกว่าประมาณการของเรา โดยเฉพาะอัตราการเติบโตรายได้ของสาขาเดิม (SSSG) จากการศึกษาข้อมูลเราพบว่า SSSG มักจะเติบโตสูงกว่า GPD โดยหากอิงกับ GDP Growth ใหม่เพื่อวิเคราะห์ความอ่อนไหวของมูลค่าเหมาะสมโดยปรับลดสมมติฐาน SSSG ลงมาที่ 3% จะทำให้มูลค่าเหมาะสมของหุ้นทั้ง 3 บริษัท ลดลงจากเดิมราว 2 – 3 บาท โดย GLOBAL จะได้รับผลกระทบมากที่สุดเนื่องจาก SSSG ลดลงจากกรณีปกติมากกว่าบริษัทอื่น ทำให้มูลค่าเหมาะสมจะลดลงราว 3 บาท แต่หากเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันที่ปรับลงมา 21% จากเดือน พ.ย. ที่เริ่มมีการชุมนุมการเมือง เราเชื่อว่าได้สะท้อนปัจจัยเสี่ยงจากการลดลงของ SSSG ไปมากแล้ว
4Q56 จะไม่ใช่ไตรมาสที่ดี
ในเบื้องต้นเราคาดว่าผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติ 4Q56 กลุ่มค้าปลีกที่ศึกษา (CPALL GLOBAL HMPRO KAMART) จะมีกำไรลดลงเล็กน้อย 5% QoQ รวม 3,807 ล้านบาท จากผลกระทบเศรษฐกิจและกำลังซื้อหดตัวทำให้ SSSG อ่อนตัวลง เราคาดว่าจะมีเพียง HMPRO บริษัทเดียวที่มีกำไรเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ดีกว่ากลุ่มฯ เนื่องจาก SSS growth คาดว่าจะเติบโต 2.5% ประกอบกับมีผลบวกจากยอดขายงาน Homepro Expro และขยายสาขาใหม่ตามแผน 4 สาขา ขณะที่ GLOBAL คาดว่าจะมีกำไรที่จะหดตัวลง 3% QoQ เนื่องจากมีผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในสาขาภาคอีสาน ทำให้ SSSG คาดว่ามีโอกาสติดลบต่อเนื่อง









