วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อนุมัติจ่าย200ล้านอีเวนท์ไทยแลนด์2020

ครม.ไฟเขียว 200 ล้านจ่าย 2 บริษัทจัดงานโรดโชว์ไทยแลนด์ 2020 หลังติดขัดข้อกฎหมายจากการถูกยื่นให้ศาลรธน.ตีความ

นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลน.) เสนอและอนุมัติให้ สลน.ลงนามในสัญญาก่อนได้รับอนุมัติเงินประจำงวด เพื่อให้สามารถจ่ายเงินให้กับบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) 100 ล้านบาท และบริษัท สยามสแอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) 100 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 200 ล้านบาท ที่ได้รับจ้างในการดำเนินโครงการทั้งสองบริษัทในการจัดกิจกรรมโรด์โชว์สร้างอนาคตประเทศไทย ไทยแลนด์ 2020 ทุกภาคทั่วประเทศ ได้แก่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ จำนวน 10 จังหวัด ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมหลัก ประกอบไปด้วยพิธีเปิดงาน การแสดงปาฐกถา รายการเสวนา การจัดนิทรรศการ และกิจกรรมประกอบการชมนิทรรศการ เกี่ยวกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตของประเทศในวงเงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจและภาพลักษณ์ที่ดีของโครงการ โดยเร่ิมจากจ.หนองคายเป็นแห่งแรกตั้งแต่วันที่4-6ต.ค.2556 และมาสิ้นสุดที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 28 พ.ย.- 1 ธ.ค.2556

ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีรายงานว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลติดขัดการจ่ายเงินดังกล่าว เนื่องจากกรอบของการโรดโชว์กำหนดไว้ 12 จังหวัด แต่เมื่อเริ่มดำเนินการได้ 2 จังหวัดคือที่ จ.หนองคาย วันที่ 4-6 ต.ค.2556 และจ.นครราชสีมา วันที่ 11-14 ต.ค.2556. ได้มีการยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ไม่สามารถใช้ได้ทันภายในวันที่ 1 ตค 2556 ขณะที่โครงการมีความจำเป็นเร่งด่วนดังนั้นในการดำเนินช่วงแรก 2 จังหวัดนำร่องทางสลน.จึงขอจัดสรรจากงบประมาณปี 2556 งบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 40 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าจัดจ้างดำเนินโครงการ

ส่วนการจัดงานในอีก 10 จังหวัดที่เหลือ ได้ลงนามในหนังสือสั่งจ้างในวันที่ 11 ต.ค.2556 ซึ่งเป็นวันที่งบประมาปี 2557 ประกาศใช้ โดยจะขอเบิกจ่ายจากแผนงานพัฒนาประสิทธิภาพการบริหาราชการแผ่นดิน ผลผลิตการบริหารจัดการของรัฐบาลงบรายจ่ายอื่น รายการค่าใช้จ่ายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของรัฐบาล แต่การเซ็นสัญญาจ้างดังกล่าวไปทำในช่วงก่อนที่สำนักงบประมาณจะจัดสรรงบในส่วนดังกล่าวให้ในวันที่ 15 ต.ค.2556 จึงเป็นการดำเนินการไปก่อนที่จะได้รับงบประมาณ ซึ่งผิดระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุพ.ศ.2535

อย่างไรก็ตาม สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง เพื่อขออนุมัติลงนามในสัญญาก่อนได้รับอนุมัติเงินประจำงวด เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นและเร่งด่วน โดย สลน.จะต้องนำเสนออนุมัติต่อ ครม. ขณะที่คณะกรรมการว่าด้วยพัสดุ กรมบัญชีกลาง ได้พิจารณาตามข้อตกลงดังกล่าวแล้วเห็นว่าเพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ราชการ จึงผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามระเบียบฯให้สลน.เป็นกรณีเฉพาะราย แต่เนื่องจากกรณีดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจ จึงต้องนำเสนอให้ครม.เป็นผู้อนุมัติอีกครั้ง