สมาคมโบรกฯยันซื้อขายหุ้นได้ตามปกติ ไม่หวั่นม็อบปิดกรุง 13 ม.ค. ย้ำมีระบบสำรองรองรับ หวังการชุมนุมไม่เกิดเหตุรุนแรง
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า วันที่ 6 ม.ค. ได้มีการหารือร่วมกันระหว่างผู้บริหารจากบริษัทหลักทรัพย์ 34 รายและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในเรื่องแผนงานบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) เพื่อรับมือกรณีการประกาศปิดกรุงเทพฯของกลุ่มผู้ชุมนุม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 13 ม.ค.นี้ โดยได้ข้อสรุปว่า ตลาดหุ้นนั้นจะยังคงดำเนินการซื้อขายตามปกติ ส่วนแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างพร้อมมีระบบสำรองในการส่งคำสั่งซื้อขายไว้อยู่แล้ว ทั้งระบบคอมพิวเตอร์ บุคลากร และสถานที่ปฏิบัติงานฉุกเฉิน
"ในกรณีที่มีการตัดน้ำ ตัดไฟจริงตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศออกมานั้น ทางบริษัทหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ก็ลมีระบบการปั่นไฟไว้สำรอง ซึ่งใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันเป็นหลัก"
ส่วนการชุมนุมปิดถนนที่อาจจะกระทบต่อการเดินทางมาทำงานของพนักงานนั้น แต่ละบริษัทหลักทรัพย์ก็ได้มีการจัดให้พนักงานที่ทำหน้าที่ติดต่อกับนักลงทุนไปประจำสาขาที่สะดวกในการเดินทางแทน ส่วนพนักงานที่เป็นระดับปฏิบัติการของระบบ บริษัทหลักทรัพย์แต่ละแห่งก็มีสถานที่สำรองไว้รองรับอยู่แล้ว ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าอยู่ที่ไหน สำหรับนักลงทุนต่างชาติ สามารถส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามาได้ตามปกติ หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน ก็จะมีการแจ้งล่วงหน้าให้รับทราบก่อนเสมอ ปัจจุบันระบบการส่งคำสั่งซื้อขายของตลาดหุ้นนั้นมีเทคโนโลยีที่สามารถดำเนินการได้แม้อยู่นอกสถานที่
นางภัทธีรา กล่าวว่า หวังว่าการชุมนุมจะไม่มีความรุนแรง เพราจะส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อประเทศ ทั้งนี้ ยอมรับว่าปริมาณการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ในช่วง 1 สัปดาห์ต่อจากนี้ไปจะอยู่ในระดับเบาบางประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาทต่อวัน เนื่องจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติรอดูสถานการณ์การเมืองในประเทศ โดยเฉพาะการประกาศปิดกรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค.นี้
"ระบบต่างๆ เราเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ทั้งคน ทั้งระบบคอมพิวเตอร์ หรือสถานที่สำรองก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ส่วนการตัดน้ำ ตัดไฟนั้นตามที่มีการประกาศออกมา ไม่ได้พูดถึงในภาคส่วนของเอกชน แต่ถ้าหากภาคเอกชนได้รับผลกระทบก็มีระบบการปั่นไฟ ซึ่งใช้น้ำมันก็จะรองรับอยู่ได้ตราบจนที่เรายังมีน้ำมันใช้ อย่างไรก็ตาม อยากให้ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งตอนนี้ก็ต้องรอดูว่าวันที่ 13 จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยหากเป็นในทิศทางที่รุนแรงก็จะมีการหารือกันอีกครั้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนของตลาดทุน"








