เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 4 ปี ทะลุ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ หุ้นไทยปรับร่วงลงต่อเนื่องจากความกังวลการเมือง
ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยมีการทยอยไหลกลับเข้าสู่ระบบของสภาพคล่องหลังเทศกาลปีใหม่ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.15% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.25% ทรงตัวเช่นกันจากสัปดาห์ก่อน
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 6-10 ม.ค. 2557 ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ในขณะเดียวกันก็จะมีการตัดจ่ายเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ โดยอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวใกล้ระดับ 2.25% อย่างต่อเนื่อง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.31% ในวันศุกร์ ลดลงจากระดับ 3.41% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับลดลงต่อเนื่อง โดยมีแรงซื้อจากกองทุนในประเทศเป็นหลัก
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.99% ในวันพฤหัสบดี ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับ 3.00% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยปิดที่ระดับ 3.02% ในช่วงสิ้นปีเมื่อวันอังคาร ท่ามกลางมุมมองเชิงบวกต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2557 ก่อนที่จะปรับลดลงในวันพฤหัสบดี จากแรงซื้อของนักลงทุน
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินบาท (Onshore)
เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 4 ปี ที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองในประเทศ และสัญญาณที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ตอกย้ำว่า แนวทางการชะลอมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (มาตรการ QE) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) น่าที่จะเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อย่างไรก็ดี สถานการณ์การอ่อนค่าของเงินบาทยังคงสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค
ในวันศุกร์ (3 ม.ค. 2557) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.97 เทียบกับระดับ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (27 ธ.ค. 2556)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (6-10 ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาปัจจัยการเมืองในประเทศ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ดัชนี ISM ภาคบริการเดือนธ.ค. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ สต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนพ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ
เงินยูโรอ่อนค่าลง หลังจากขยับขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์จากสัญญาณที่สะท้อนว่า สถาบันการเงินในยูโรโซนโอนสินทรัพย์ในต่างประเทศกลับประเทศก่อนสิ้นปี อย่างไรก็ดี เงินยูโรต้องล้างช่วงบวกลงทั้งหมด และปรับตัวอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากเงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด ได้ตอกย้ำกระแสการคาดการณ์ว่า เฟดน่าจะเดินหน้าลดวงเงินซื้อสินทรัพย์ภายใต้มาตรการ QE ลงอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
เงินเยนฟื้นตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ทำไว้ในช่วงสิ้นปี 2556 โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อคืนเงินเยนจากนักลงทุนที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังตลาดการเงินเริ่มกลับมาเปิดทำการอีกครั้งหลังปีใหม่
ในวันศุกร์ (3 ม.ค. 2557) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3641 เทียบกับ 1.3741 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (27 ธ.ค. 2556) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 104.41 เทียบกับ 105.15 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทย
ดัชนี SET ปรับร่วงลงต่อเนื่องจากความกังวลปัจจัยการเมือง โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,224.62 จุด ลดลง 5.70% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 44.85% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 35,792.97 ล้านบาท โดย นักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนสถาบันและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 337.88 จุด ลดลง 5.30% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือนในวันศุกร์ โดยมีแรงขายจากกองทุน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 6-10 ม.ค. 2557 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนียังคงผันผวนและมีโอกาสปรับลดลง ทั้งนี้ คงต้องติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย และรวมทั้งการเปิดเผยบันทึกการประชุมเฟด สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องชี้ภาคบริการ (ISM Non-Manufacturing) ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ และการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,200 และ 1,160 ขณะที่ แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,235 และ 1,280 ตามลำดับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนี DJIA ลดช่วงบวกลง จากแรงขายทำกำไร โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 16,441.35 จุด ลดลง 0.22% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับสูงสุดใหม่ในวันทำการสุดท้ายของปี 2556 เมื่อวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ก่อนที่จะปรับลดลงในวันพฤหัสบดี โดยมีแรงขายทำกำไร
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 6 ปี จากมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยเมื่อวันจันทร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 16,291.31 จุด เพิ่มขึ้น 0.69% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์สู่ระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 6 ปี จากมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ก่อนที่จะปิดทำการในวันที่ 31 ธ.ค.- 3 ม.ค. เนื่องในเทศกาลปีใหม่









