กรุงเทพธุรกิจ-ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดผลสำรวจซีอีโอเดือน พ.ย.-ธ.ค. การเมืองฉุดดัชนีเศรษฐกิจติดลบหนัก
กรุงเทพธุรกิจ-ศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดผลสำรวจ CEO Sentiment Index เดือน พ.ย-ธ.ค. พบการเมืองไทยกระทบสภาวะการทำธุรกิจ ส่งผลค่าดัชนีเศรษฐกิจเดือนพ.ย.ติดลบที่ระดับ 27 ซีอีโอส่วนใหญ่ระบุเลือกตั้งไม่แก้ปัญหา
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจร่วมกับศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPURC) สำรวจความเห็นของผู้บริหารบริษัท จำนวน 418 คน ระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายน – 13 ธันวาคม 2556 เกี่ยวกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจและธุรกิจ พบว่าดัชนีด้านเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายนมีค่า -27 ซึ่งติดลบต่อเนื่องกันมาเป็นเดือนที่ 4 สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากการที่เศรษฐกิจชะลอตัวได้อย่างชัดเจน ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมือง จึงทำให้ค่าดัชนีทางเศรษฐกิจมีการปรับลดลงมาถึง 11 จุดในเดือนพฤศจิกายน และยังคาดการณ์ว่าในเดือนธันวาคม ดัชนีจะมีค่าลดลงถึง -31
การเมืองกระทบธุรกิจสูงสุด
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ การเมืองภายในประเทศ ได้ 4.5 คะแนน สภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ได้ 4.4 คะแนน ความต้องการของตลาดที่ลดลง ได้ 4.3 คะแนน ต้นทุนวัตถุดิบ ได้ 3.9 และสภาวะเศรษฐกิจของโลก ได้ 3.8 คะแนน
ซีอีโอระบุเลือกตั้งยังไม่แก้ปัญหา
ทั้งนี้จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารจำนวน 418 คน ผู้บริหารจำนวน 78.8% เชื่อว่า การยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมของประเทศ เพราะในที่สุดแล้วการเมืองก็ยังจะกลับมาสู่วังวนเดิม ขณะที่ผู้บริหาร 21.2% ต้องการให้มีการเลือกตั้ง เพราะเชื่อว่าจะเป็นทางออกหนึ่งที่จะช่วยให้ความไม่แน่นอนทางการเมืองมีความชัดเจนขึ้น ช่วยให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้
รายได้ลด กระทบสภาพคล่อง
ด้านดัชนีการทำธุรกิจมี 4 ด้านด้วยกัน คือ ดัชนีด้านรายได้ ดัชนีด้านต้นทุน ดัชนีด้านสภาพคล่อง และดัชนีด้านการจ้างงานนั้น จากการสำรวจดัชนีด้านรายได้ในเดือนพฤศจิกายน พบว่ามีค่าเป็น -24 และคาดการณ์ว่าจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเป็น -21 ในเดือนธันวาคม









