Rebound ระหว่างวันยังเปราะบาง ดีดขึ้นต่ำกว่า 1,365 จุด น่า ขาย กลับมาถือเงินสด
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ แม้ว่าการ Rebound ระหว่างวันของ SET จะสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ตราบใดที่ยังคงไม่สามารถกลับไปปิดเหนือ 1,365 จุดได้ ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากกว่าค่าเฉลี่ย 1 เดือน (22 วัน) ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท/วัน เราประเมินว่าผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นหลังพรรค ปชป. ประกาศไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง จะส่งผลให้ SET จะไม่ได้ประโยชน์จากกระแส “Pre-Election” ก่อนการเลือกตั้งในครั้งนี้ และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงโดยมีประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังการประกาศยุบสภาวันที่ 9 ธ.ค.2556 ของนายกรัฐมนตรีเป็นปัจจัยที่ใช้วัดระยะ ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากสถิติหลังการประกาศยุบสภา 7 ครั้งหลังสุดตั้งแต่ปี 2531-2554 พบว่าหลังการยุบสภา 1 เดือนโดยเฉลี่ย SET ปรับตัวลง 3.2% ดังนั้นเมื่อเทียบกับดัชนีวันที่ 6 ธ.ค.2556 ที่ 1,361 จุด ทำให้เราประเมินว่าในเบื้องต้น SET มีโอกาสปรับตัวลงไปที่ 1,317 จุดก่อนภายในสัปดาห์นี้
- เราประเมินว่าแนวโน้มขาขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐจะช่วยชดเชยความเสี่ยงจากปัจจัยการเมืองให้ SET ยังคงมี Downside ในระยะ 1 เดือนไม่ต่ำกว่า 1,300-1,250 จุดได้ โดยที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศออกมาในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้จะสนับสนุนมุมมองของเรา ทั้งในส่วนของตัวเลขยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ย.2556 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 4.44 แสนยูนิต ใน ต.ค.2556 มาอยู่ที่ 4.50 แสนยูนิต (ประกาศวันนี้) และตัวเลขผู้ขอเข้ารับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์สิ้นสุด 21 ธ.ค.2556 ที่คาดว่าจะลดลงจาก 3.79 แสนราย ในสัปดาห์ก่อนหน้า เหลือ 3.45 แสนราย (ประกาศพฤหัสฯ)
- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) ตราบใดที่ SET ยังคงไม่สามารถกลับไปปิดเหนือ 1,350 จุดได้ ยังเน้น “ดีดขึ้นขาย” ลดความเสี่ยงกลับมาถือเงินสด 100% ก่อน ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) แนะนำ “ลดสัดส่วนการถือหุ้น” จาก 75% เหลือ 50% ของพอร์ต โดยเน้นไปที่หุ้น Top Picks ไตรมาสที่ 1 ของเราเป็นหลัก ได้แก่ SAMART, GLOBAL, VGI, HEMRAJ, SPALI, PTTEP และ GLOW








