กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : เลือกซื้อ
ปัจจัยพื้นฐานของธนาคารพาณิชย์ไทยยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าการเติบโตของสินเชื่อและ NIM จะชะลอลง ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯ DBSV ให้น้ำหนักการลงทุนธนาคารพาณิชย์ไทยเป็น Neutral ในภูมิภาค โดยความขัดแย้งและความไม่แน่นอนทางการเมืองกดดัน Sentiment อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงทำกำไรได้ แต่จะเติบโตชะลอตัวลงในปี 2557 การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ล่าช้าทำให้หุ้นขาดปัจจัยกระตุ้น สำหรับ P/BV ปี 2557 ระดับ 1.3 เท่าในปัจจุบัน และ ROE 16% ถือว่ายังน่าสนใจเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์อื่นในภูมิภาค แนะนำ “เลือกซื้อ” โดยเน้นไปยังธนาคารที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ดีในระยะกลาง-ยาว และมีความเสี่ยงขาลงจำกัด เราเชื่อว่าเมื่อปัญหาการเมืองคลี่คลาย เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ดีดกลับ
ฝ่ายวิจัยฯ DBSV ตัดการลงทุนในโครงการ 2 ล้านล้านบาทออกจากประมาณการ ทำให้สินเชื่อของกลุ่มในปี 2557 จะขยายตัวลดลงเป็น 8.5% และคาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Net Interest Margin) จะอ่อนลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้คาดการณ์กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Core Profit) ของกลุ่มปี 2557 ลดลง 4% จากเดิม เป็นเติบโต 11.6%
การตั้งสำรองค่าเผื่อฯที่สูงช่วยรองรับความเสี่ยงจากสินเชื่อด้อยคุณภาพ โดยเฉพาะจากกลุ่มสินเชื่อรถยนต์และสินเชื่อรายใหญ่บางกลุ่ม คาดว่าธนาคารจะตั้งสำรองค่าเผื่อฯน้อยลงในปี 2557 หลังจากตั้งไปมากในปีนี้ แต่อาจมีบางธนาคารที่มีสำรองค่าเผื่อฯสะสมต่ำ ก็อาจจะยังตั้งสำรองค่าเผื่อฯ สูงในปีนี้
ปรับลดราคาพื้นฐานของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ลง (ยกเว้น BAY ที่ยังคงไว้ที่ราคาเทนเดอร์ฯ 39 บาท) โดยหุ้นธนาคารที่แนะนำซื้อ ประกอบด้วย KBANK (ราคาพื้นฐาน 213 บาท), KTB (24 บาท), BBL (232 บาท), SCB (180 บาท) และ TISCO (46 บาท) ส่วนที่แนะนำถือ เป็น BAY (ราคาพื้นฐาน 39 บาท), TCAP (36 บาท) และ TMB (2.42 บาท)
แนะนำให้ Switch ไปซื้อ KBANK (ราคาพื้นฐาน 213 บาท) เนื่องจาก KBANK เป็นธนาคารที่มีความเกี่ยวข้องกับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่น้อย จึงถูกกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมืองไม่มาก และมี ROE สูง ฝ่ายวิจัยฯ DBSV เปลี่ยนหุ้น Top Pick จาก KTB เป็น KBANK อย่างไรก็ตาม ยังคงแนะนำซื้อลงทุนระยะยาวใน KTB เพราะเชื่อว่าผลประกอบการยังเติบโตได้ในปี 2557 จากการปรับแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ









