"ฟอร์ด" ผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดังของสหรัฐ สร้างความตื่นตะลึงให้กับบรรดานักลงทุนโดยการประกาศปรับลดคาดการณ์ผลกำไรของปีหน้า
ฟอร์ด ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐ แถลงว่า บริษัทจะมีรายได้ 7-8 พันล้านดอลลาร์ในปีหน้า หลังจากประเมินว่าจะมีรายได้ก่อนหักภาษี 8,500 ล้านดอลลาร์สำหรับปีนี้
นอกจากนี้ ฟอร์ดระบุด้วยว่า มีแผนที่จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 16 รุ่นในอเมริกาเหนือ ซึ่งมากกว่าจำนวนรุ่นที่เปิดตัวในปี 2556 ถึง 3 เท่า และฟอร์ดยังตั้งเป้าที่จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในปีหน้า 23 รุ่นทั่วโลก
ฟอร์ดเสริมว่า ต้นทุนที่ใช้ในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่จะเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้า โดยคาดว่าต้นทุนดังกล่าวจะส่งผลต่อกำไรของบริษัทด้วย
การประกาศครั้งนี้ส่งผลต่อราคาหุ้นของฟอร์ดในทันที หลังจากที่ในปีนี้เพิ่มขึ้น 29% นับถึงวันวันอังคารที่ผ่านมา (17 ธ.ค.) โดยราคาหุ้นร่วงลง 8% ระหว่างการซื้อขายช่วงกลางวันของวันพุธ
ในตลาดยุโรปที่กำลังเผชิญภาวะยากลำบาก ฟอร์ดคาดหวังที่จะดำเนินการปรับโครงสร้างใหม่โดยมีต้นทุนราว 400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับการปิดโรงงานฟอร์ดหนึ่งแห่งในเมืองเกงค์ของเบลเยียมในช่วงสิ้นปี 2557 นอกจากนี้ ฟอร์ดยังมีแผนปิดโรงงานอีกสองแห่งในอังกฤษภายในปีหน้าด้วย
ทั้งนี้ ฟอร์ดฟันฝ่าวิกฤติทางการเงินเมื่อปี 2552 มาได้โดยไม่ต้องขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล และยอดขายรถที่เฟื่องฟูในตลาดสหรัฐก็ช่วยให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น ขณะที่ทีมบริหารฟอร์ดซึ่งนำโดยซีอีโอ "นายอลัน มูลัลลี" คาดว่าปี 2556 จะเป็นหนึ่งในปีที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท









