ปลัดคลังชี้จัดเก็บรายได้ช่วงต้นงบประมาณปี"57 ลดลง 2.7% VAT ลดลง 7.3% หวั่นกระทบจัดเก็บรายได้ทั้งปีพลาดเป้า วอนม็อบยุติการชุมนุม
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เป้าหมายการจัดเก็บรายได้ภาครัฐในปี 2557 ที่มีเป้าหมายที่ 2. 2 75 ล้านล้านบาท อาจพลาดเป้าได้หากสถานการณ์ทางการเมืองยังยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการบริโภค และการลงทุน โดยช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 หรือตั้งแต่เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2656 ทั้ง 3 กรมภายใต้สังกัดของกระทรวงการคลังสามารถจัดเก็บรายได้เข้าสู่รัฐได้ 325,530 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9,100 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.8% ส่วนการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่จัดเก็บจากการบริโภคและการใช้บริการในประเทศเดือนพฤศจิกายน ลดลงถึง 4,500 ล้านบาท 7.3% และอากรนำเข้าจัดเก็บ 8,800 ล้านบาท ลดลง 1,600 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15%
อย่างไรก็ตามยังมีภาษีบางรายการที่รัฐจัดเก็บได้เกินเป้าหมายในเดือนธันวาคม คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สุรา เบียร์ รวมทั้งการจัดเก็บรายได้รัฐวิสาหกิจ ซึ่งนำเงินปันผลจากกำไร นำส่งรัฐ ประกอบกับ รายได้จากหน่วยงานอื่น เช่นรายได้จากการดำเนินการของ กสทช. และสัมปทานปิโตรเลียม มาช่วยชดเชยภาษีที่จัดเก็บไม่ได้ตามเป้า
"การจัดเก็บภาษีที่ลดลงในหลายรายการมาจากความกังวลสถานการณ์ทางการเมือง ดังนั้นจึงต้องการให้เหตุการณ์การเมืองยุติ มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้าหมาย และนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศได้ต่อเนื่อง"นายรังสรรค์กล่าว
ด้านนายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่าภาพรวมการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 วงเงิน 2.525 ล้านล้านบาท สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณแล้ว 2,361,493.814 ล้านบาท คิดเป็น 93.52% โดยผลการเบิกจ่าย ณ วันที่ 13 ธ.ค.2556 เบิกจ่ายแล้ว 567,280 ล้านบาท คิดเป็น 22.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่าการเบิกจ่ายลดลงถึง 62,793 ล้านบาท เนื่องจากระบบการจัดซื้อจัดจ้างในระบบ GFMIS ของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งต้องทำบันทึกการสั่งซื้อสั่งจ้าง หรือ PO มีปัญหา ทำให้การเบิกจ่ายลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.2556 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ ได้เร่งแก้ไขระบบคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติโดยได้โดยเร็ว









