วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประชาพิจารณ์รถไฟเร็วสูง ชี้ค่าใช้จ่ายสูง

ราชบุรีเปิดเวทีประชาพิจารณ์รถไฟเร็วสูง ชาวบ้านชี้ค่าใช้จ่ายสูง หวั่นผลกระทบโบราณสถาน

วานนี้ (18 ธ.ค.) นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และนายชาญชัย สุวิสุทธะกุล ผู้ตรวจราชการ กระทรวงคมนาคม ร่วมกันเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน ในโครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-หัวหิน ที่ จ.ราชบุรี เป็นครั้งที่ 3 เพื่อนำเสนอผลการสรุปการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม แนวเส้นทาง รูปแบบและตำแหน่งที่ตั้งสถานีรถไฟความเร็วสูง ก่อนดำเนินการโครงการดังกล่าว

โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน เริ่มตั้งแต่ สถานีบางซื่อ กรุงเทพฯ ผ่าน จ.นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สิ้นสุด อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีระยะทาง 209 กม. เริ่มดำเนินการในปี 2557 สิ้นสุดโครงการปี 2562 ใช้เงินงบประมาณ 98,399 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม ระบุว่า โครงการได้จัดการศึกษาเรื่องของผลกระทบ ที่จะเกิดกับประชาชนตลอดแนวเส้นทางและได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาไว้แล้ว ตั้งเริ่มการสำรวจ การก่อสร้าง ตลอดจนการเดินรถ ส่วนผลดีที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนตามมาหลังจากโครงการได้ดำเนินการเสร็จแล้วนั้นจะทำให้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การค้าขาย ที่สร้างมูลค่าได้เพิ่มขึ้น และย่นระยะทางในการเดินทาง การขนส่ง

แต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของรถไฟความเร็วสูงนั้นอาจสูงกว่าการเดินทางปกติ ซึ่งคิดตามระยะทาง 2 บาท/ กม. และยังลดความแออัด อุบัติเหตุของการจราจรบนท้องถนนลงได้ ส่วนพื้นที่ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน โครงการจะจ่ายค่าชดเชยให้ในราคาที่สูงกว่าราคาประเมินที่ดินในปัจจุบัน

นางสาวอัญชุลี รักอำนวยพร ซึ่งเป็นชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ริมทางรถไฟเขตเทศบาลเมืองราชบุรี กล่าวว่า ชาวราชบุรีไม่ปฎิเสธความเจริญของเทคโนโลยี แต่โครงการมีแนวทางแก้ไขผลกระทบต่างๆ อย่างไร ทั้งด้านมลภาวะ สิ่งก่อสร้างเก่าแก่ และรัฐต้องเปิดเผยผลสำรวจให้ประชาชนรับทราบด้วย

"การขนส่งโดยรถไฟความเร็วที่แพงกว่าการขนส่งตามปกติเชื่อว่าประชาชนไม่ยอมรับ และมีหลักประกันอะไรว่ากำแพงเมืองที่มีอายุยาวนานของราชบุรีที่รถไฟผ่านจะไม่พัง ขณะที่รถไฟเดิมทำไมไม่มีการปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม"

นายมาโนช ศักดิ์สมบูรณ์ กำนัน ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.ราชบุรี กล่าวว่า พื้นที่ใน ต.ท่าราบ ได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะเป็นช่วงโค้งของทางรถไฟ ต้องมีการเวนคืนที่ดินของชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว ซึ่งค่าชดเชยที่ได้รับจะเพียงกับการไปหาที่อยู่ใหม่หรือไม่

"ส่วนตัวมองว่าโครงการนำความเจริญมาให้ แต่ชาวบ้านได้ใช้จริงๆ หรือไม่ เพราะค่าใช้จ่ายสูงเกินไป รวมทั้งเรื่องเสียงดังจะแก้ไขอย่างไร"