มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ธนาคารใหญ่สุดญี่ปุ่นทุ่ม 1.72 แสนล้าน กุมหุ้นใหญ่แบงก์กรุงศรี 72% ตั้ง"โนริอากิ โกโตะ"นั่งซีอีโอ กลุ่มรัตนรักษ์เหลือ 21%
นางเจนิส แร แวน เอ็กเคอเรน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ตามที่ธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU) ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (เทนเดอร์-ออฟเฟอร์) ของธนาคาร โดยกำหนดระยะเวลารับซื้อระหว่างวันที่ 7 พ.ย.-13 ธ.ค.2556 ปรากฏว่าหลักทรัพย์ที่มีผู้แสดงเจตนาขายมีจำนวน 4,373,714,120 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 72.01% ของทุนจดทะเบียน จากจำนวนที่เสนอซื้อทั้ง 100%
ขณะที่มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (MUFG) ซึ่งถือหุ้นใหญ่ในธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ระบุว่า ได้ใช้เงิน 1.706 แสนล้านบาทเพื่อเข้าซื้อหุ้นกว่า 72% ในธนาคารกรุงศรีอยุธยาต่อจากผู้ถือหุ้นกลุ่มจีอีและนักลงทุนทั่วไป ที่ราคาเสนอซื้อหุ้นละ 39 บาท
ทั้งนี้มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป ได้ทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์เสร็จสิ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อเสนอซื้อหุ้น ธนาคารกรุงศรีอยุธยาไม่เกิน 75% ด้วยวงเงิน 5.60 แสนล้านเยน (5.44 พันล้านดอลลาร์)
ข้อตกลงดังกล่าวนับเป็นการซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดของธนาคารญี่ปุ่น ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมิตซูบิชิ ยังระบุว่า จะผนวกการดำเนินงานในประเทศไทยของ มิตซูบิชิ เข้ากับธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของทางการไทย ที่ห้ามธนาคารต่างชาติถือหุ้นในธนาคารไทยมากกว่า 1 แห่ง
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการธนาคารยังได้แต่งตั้ง มร. โนริอากิ โกโตะ ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และกรรมการธนาคาร มีผลวันที่ 2 ม.ค.2557 โดยมร.โกโตะ มีประสบการณ์ทำงานกว่า 25 ปี ในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นกับธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ
พร้อมกันนี้ยังอนุมัติการลาออกของกรรมการธนาคาร 4 ราย ได้แก่ นายซาวีเอร์ ปาสกาล ดูรอง นายพรสนองตู้จินดา นายวิโรจน์ เศรษฐปราโมทย์ และนายพงศ์พินิจ เดชะคุปต์ มีผลวันที่ 1 ม.ค.2557 โดยให้นายวิโรจน์และนายพงศ์พินิจ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมการธนาคารตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2557 ถึง 1 เม.ย.2558 และ 1 เม.ย.2559 ตามลำดับและให้นายพรสนองดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมการธนาคาร เพิ่มเติมจากตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่อีกหนึ่งตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2557- 1 เม.ย.2558
ขณะที่ นางเจนิส แวน เอ็กเคอเรน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จะเข้ารับตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลวันที่ 2 ม.ค. 2557 และยังคงเป็นกรรมการธนาคาร ขณะที่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงอื่นๆ ของธนาคารยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง
แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า ในส่วนของกลุ่มรัตนรักษ์ในขณะนี้มีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 25% แต่ในปี 2557 หลังจากที่ได้มีการควบรวมสาขาของ BTMU เข้ามาแล้ว จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มรัตนรักษ์จะลดลงเหลือ 21% ขณะที่มิตซูบิชิสัดส่วนหุ้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 76.44% ทั้งนี้ธนาคารมิตซูบิชิฯยืนยันกับตลาดหลักทรัพย์ว่าจะยังคงเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ทั้งนี้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทย และดำเนินธุรกิจมานานกว่า 68 ปี โดยให้บริการทางการเงินครบวงจรมีสาขารวม 604 สาขา
มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเซียล กรุ๊ป (MUFG) เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก โดยมีมูลค่าสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 234 ล้านล้านเยน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ตลาดหลักทรัพย์นาโกยา และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก โดยธุรกิจของกลุ่ม MUFG ประกอบด้วย 5 บริษัทหลัก ได้แก่ ธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ทรัสท์ แอนด์ แบงก์กิ้ง คอร์ปอเรชั่น บริษัท มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ซิเคียวริตี้ โฮลดิ้ง บริษัท มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ NICOS จำกัด และ บริษัท มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ลิส แอนด์ ไฟแนนซ์ จำกัด
ด้านบล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประเมินผลการดำเนินงานของธนาคารกรุงศรีอยุธยาว่า กำไรสุทธิงวด 9 เดือนต่ำกว่ากำไร ทั้งปีที่คาดไว้ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งทำให้ต้องทำการปรับประมาณการกำไรเพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และภาพรวมเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง โดยคงคำแนะนำถือ แม้ว่าจะคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 เมื่อพิจารณาถึงความแข็งแกร่งของปริมาณธุรกรรมจากการดำเนินธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อ แต่ความเสี่ยงจากได้รับผลกระทบจาก Dilution effect ที่มีต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น อาจสูงถึง 25%หลังเทนเดอร์เรียบร้อย ขณะที่อนาคตของธนาคารกรุงศรีอยุธยาจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารและธนาคารโตเกียว-มิตซูบิชิ









