ต่างชาติถล่มขายหุ้นไทยหนักสุดในภูมิภาค คาดสิ้นปีมีโอกาสเห็นแรงขายแตะ 2 แสนล้านบาท ผลพวงเฟดจ่อถอนคิวอี-การเมืองในประเทศป่วน
นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติยังมีแนวโน้มที่จะขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อ และมีความเป็นไปได้ที่ในช่วงสิ้นปีนี้จะเห็นแรงขายสุทธิแตะระดับ 2 แสนล้านบาท จากต้นปีจนถึงปัจจุบันขายสุทธิแล้ว 1.89 แสนล้านบาท และเฉพาะในช่วง 11 เดือนของปีนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1.53 แสนล้านบาท หรือ 4.94 พันล้านดอลลาร์สหรัญ สูงที่สุดในตลาดหุ้นภูมิภาค
ทั้งนี้ เฉพาะเดือนพ.ย.พบว่านักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทย 4.8หมื่นล้านบาท หรือ 1.51 พันล้านดอลลาร์ สูงที่สุดในภูมิภาคเช่นเดียวกัน รองลงมาคือตลาดหุ้นไต้หวันขายสุทธิ 784 ล้านดอลลาร์ ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย 336 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ปรับลดลงสูงที่สุดในภูมิภาค โดยลดลง 5.72% รองลงมาคือตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ลดลง 5.64% และตลาดหุ้นไทยปรับลดลง 4.97%
"แม้ว่าในช่วงเดือนพ.ย.ตลาดหุ้นไทยจะมีปัญหาทางการเมือง แต่ดัชนีก็ปรับลดลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยการปรับลดวงเงินคิวอีสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยและแรงขายของนักลงทุนต่างชาติมากกว่าปัญหาการเมืองในประเทศ ดังนั้นที่มีการบอกว่าหุ้นตกแรงเพราะการเมืองอย่างเดียวคงไม่ถูกต้อง เพราะประเทศเพื่อนบ้านก็ตกแรงเช่นเดียวกัน"
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคิวอีจะกระทบตลาดหุ้นไทยมากกว่าการเมือง แต่นักลงทุนต่างชาติก็ติดตามสถานการณ์การเมืองไทย โดยประเด็นที่หลักๆที่รอดูคือ การเลือกตั้งว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้หรือไม่ หากยังไม่มีความชัดเจน นักลงทุนต่างชาติก็ยังคงชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์
"แนวโน้มดัชนีและการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติยังคงผันผวนต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี ตามข่าวการปรับลดวงเงินคิวอีสหรัฐ อย่างไรก็ตามประเมินว่าประเด็นคิวอีจะส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยน้อยลง ไม่รุนแรงเหมือนช่วงเดือนมิ.ย. เนื่องจากต่างชาติได้ขายออกไปจำนวนมากแล้ว และเชื่อว่าต่างชาติไม่น่าจะขายเงินลงทุนออกจากไทยจนหมด เพราะเมื่อขายออกไปในระดับหนึ่ง ดัชนีก็ปรับลดลง เขาคงไม่ยอมขายขาดทุน"









