ประมูลทีวีดิจิทัล 26 27 ธ.ค. เริ่มออกอากาศครั้งแรกเดือน ก.พ. 57
ประเด็นข่าว
- บอร์ด กสท. มีมติกำหนดวันประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจรวม 24 ช่อง รวม 4 ประเภท ประกอบด้วย เอชดี 7 ช่อง, วาไรตี้ 7 ช่อง, ข่าว 7 ช่อง และเด็ก 3 ช่อง ใบอนุญาตอายุ 15 ปี โดยกำหนดจัดประมูลเป็นเวลา 2 วัน วันละ 2 ประเภท วันที่ 26 ธ.ค. 56 โดยในรอบเช้า เวลา 8.00-14.00 น. เป็นการประมูล ช่องเอชดี และ รอบบ่าย เวลา 14.00-20.00 น. ประมูล ช่องวาไรตี้ เอสดี ส่วนวันที่ 27 ธ.ค. 56 รอบเช้า ประมูลช่องข่าว และ รอบบ่ายประมูล ช่องเด็ก
ผลกระทบ
- คาดเริ่มออกอากาศภายในวันที่ 10 ก.พ. 57 ตามเกณฑ์การประมูลกำหนดว่า กสทช. จะต้องประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลอย่างเป็นทางการภายใน 15 วันนับจากวันประมูล และผู้ชนะการประมูลจะต้องออกอากาศทีวีดิจิทัลภายใน 30 วันนับจากวันประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลอย่างเป็นทางการ
- ต้นทุนเพิ่มทันทีแต่รายได้ต้องใช้เวลา ผู้ให้บริการแต่ละรายจะมีต้นทุนการดำเนินงานทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้นทันทีนับตั้งแต่มีการออกอากาศ โดยมีต้นทุนหลัก ได้แก่ ค่าคอนเทนต์ ค่าตัดจำหน่ายเงินประมูล ค่าโครงข่าย (4 – 14 ล้านบาทต่อปี) และค่า Uplink สัญญาณดาวเทียม (24 – 72 ล้านบาทต่อปี) ในขณะที่รายได้ค่าโฆษณายังคงอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากแต่ละช่องรายการต้องใช้เวลาในการสร้างฐานผู้ชม สร้างความเชื่อมั่นให้กับเอเจนซี่โฆษณา อีกทั้งการวางโครงข่ายทีวีดิจิทัลจะต้องใช้เวลาประมาณ 2–3 ปี ถึงจะครอบคลุมครัวเรือนทั่วประเทศ
- ทีวีดิจิทัลจะเป็นตัวกดดันกำไร เนื่องจากเราประเมินว่ารายได้ค่าโฆษณาจะยังเติบโตไม่ทันกับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และหากราคาประมูลเป็นไปตามที่เราคาด (ช่องเอชดี 2.3 พันล้านบาท ช่องเอสดี 1.1 พันล้านบาท ช่องข่าว 660 ล้านบาท ช่องเด็ก 280 ล้านบาท) การลงทุนให้บริการทีวีดิจิทัลจะทำให้บริษัทในกลุ่ม Media ที่เข้าร่วมประมูลมีต้นทุนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 60 – 680 ล้านบาทต่อปี









