วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทีวีดาวเทียม'ปรับทัพรับจุดเปลี่ยนยุคดิจิทัล

ภายใต้โรดแมพคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

เปลี่ยนระบบส่งสัญญาณโทรทัศน์จากอะนาล็อกสู่ดิจิทัล ที่เตรียมออกอากาศช่องบริการธุรกิจ 24 ช่องในช่วงไตรมาสแรกปี 2557 กำหนดเป้าหมายส่งสัญญาณเข้าถึงครัวเรือนไทยทั่วประเทศใน 4 ปี ส่งผลให้แพลตฟอร์มการรับชมทีวีในปัจจุบัน ต้องเร่งปรับตัวรับจุดเปลี่ยนการแข่งขันในปีหน้า

นิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) กล่าวว่าการขยายตัวของแพลตฟอร์มและกลุ่มผู้ชมทีวีดาวเทียมตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดกระแสความนิยมรับชมทีวีดาวเทียม ทำให้ขณะนี้สามารถแพลต
ฟอร์มทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี เข้าถึงครัวเรือนไทยแล้วกว่า 60%

ขณะที่ทีวีดิจิทัลอยู่ในช่วงเริ่มต้นและต้องใช้ระยะเวลาอีก 4 ปี ในการขยายโครงข่ายส่งสัญญาณตามประกาศ กสทช. เพื่อครอบคลุมครัวเรือนไทยทั่วประเทศ แต่หากดูการเปลี่ยนผ่านทีวีอะนาล็อกสู่ดิจิทัลของประเทศอื่นๆ เช่น อังกฤษ ต้องใช้เวลาถึง 13 ปีในการเปลี่ยนผ่าน

อย่างไรก็ตามหลังจากช่องทีวีดิจิทัลเริ่มให้บริการ ช่องทีวีดาวเทียมกว่า 300 ช่องในปัจจุบันอาจเหลือราว 200 ช่อง และต้องปรับตัวสร้างสรรค์คอนเทนท์คุณภาพเจาะผู้ชมเฉพาะกลุ่ม เนื่องจากมีทีวีดิจิทัลเข้ามาแย่งฐานผู้ชม อีกทั้งยังได้เปรียบจากการถูกจัดเรียงช่องอยู่ในอันดับแรกของแต่ละแพลตฟอร์ม

ขณะที่สินค้าและเอเยนซี่จะมีตัวเลือกในการลงโฆษณามากขึ้น แต่ทีวีดาวเทียมยังมีจุดเด่นราคาโฆษณาต่ำกว่าฟรีทีวีรวมถึงทีวีดิจิทัล และสามารถเลือกลงโฆษณาได้ตรงกลุ่มเป้าหมายของแต่ละช่องได้ดีกว่า

เดียว วรตั้งตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มงานแพลตฟอร์มและสปอนเซอร์ชิพ บริษัท บริษัทจีเอ็มเอ็ม แซท เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่าในปี 2557 อุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์อาจยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนมากนัก เพราะอยู่ในช่วงการเริ่มต้นส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล

มองว่าในปี 2558 ที่การส่งสัญญาณทีวีดิจิทัลครอบคลุม 80% ของครัวเรือนไทยตามประกาศ กสทช. จะเห็นการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของแต่ละแพลตฟอร์มชัดเจนขึ้น

จุดเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้น คือแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียม จะต้องนำเสนอความแตกต่างๆ ด้านคอนเทนท์ที่รับชมได้เฉพาะแพลตฟอร์มนั้นๆ หรือช่องรายการแบบ "ฟรีทูบ็อกซ์"

จากการแข่งขันในสมรภูมิแพลตฟอร์มที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า เชื่อว่าช่องทีวีดาวเทียมจำนวนมากในปัจจุบันจะหายไปจากตลาดราวครึ่งหนึ่ง จากการเข้ามากำกับดูแลมาตรฐานคอนเทนท์ช่องรายการของ กสทช. มองว่าแพลตฟอร์มที่ยังมีโอกาสเติบโตจากนี้ คือกลุ่มเพย์ทีวี เนื่องจากอัตราการเข้าถึงมีสัดส่วนเพียง 10% ในปัจจุบัน ขณะที่ต่างประเทศเพย์ทีวีครองสัดส่วน 80% เชื่อว่าประเทศไทยจะเติบโตไปในแนวทางเดียวกับต่างประเทศ

ในมุมของ วิทวัส ชัยปาณี นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่าการขยายตัวของแฟลตฟอร์มการรับชมทีวีและการเปิดตัวช่องรายการใหม่ๆอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาการรับชมรายการทีวีของคนไทย ที่กระจายการรับชมตลอดวันตามคอนเทนท์ที่มีให้เลือกชมหลากหลายจากทุกแพลตฟอร์ม ปัจจุบันแทบจะไม่มีช่วงเวลาไพรม์ไทม์ทีวีชัดเจนเหมือนในอดีต

เชื่อว่าหลังทีวีดิจิทัลออนแอร์ จะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมโฆษณา จากเดิมที่ถูกจำกัดทั้งเวลาและพื้นที่ลงโฆษณาจากช่องฟรีทีวีมีจำกัด โดยลูกค้าจะมีทางเลือกลงโฆษณามากขึ้น เชื่อว่าการใช้เม็ดเงินโฆษณาจะกระจายครอบคลุมสื่อหลายหลายในยุคนี้

ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาในปี2557 สามารถเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก