ในช่วง 3 ทศวรรษนับจากวันเริ่มต้นของธุรกิจ "ค่ายเพลง" มาถึงปัจจุบันของ 2 ยักษ์ใหญ่ "แกรมมี่-อาร์เอส"
กำลังก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2557 จากการจัดสรรคลื่นความถี่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) รวม 48 ช่อง แต่ประเภทที่อยู่ในความสนใจของกลุ่มเอกชน คือกลุ่มบริการธุรกิจ 24 ช่อง ซึ่งทั้ง 2 ค่ายบิ๊ก เข้าร่วมประมูลในครั้งนี้
ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าปีนี้แกรมมี่ดำเนินธุรกิจครบรอบ 30 ปี หากนับจากจุดเริ่มต้นในธุรกิจเพลงและคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ในปี 2557 ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์จากอนาล็อกสู่ดิจิทัลในรอบ 60 ปี และจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแกรมมี่เช่นกัน
แผนการดำเนินธุรกิจของแกรมมี่ปีหน้า จะสอดคล้องกับสื่อโทรทัศน์ยุคดิจิทัล ด้วยการก้าวสู่องค์กร "บรอดคาสต์ บิซิเนส" ครบวงจร
โดยวางทิศทางการบริหารธุรกิจสู่การเป็น "เจ้าของ" สื่อ ด้วยการเป็นเจ้าของ 4 แฟลตฟอร์มหลัก ประกอบด้วย ทีวีดาวเทียม ,เพย์ทีวี , โอทีที (Over the top) การรับชมช่องรายการทีวีผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต และทีวีดิจิทัล ซึ่งแกรมมี่เป็นหนึ่งในผู้ยื่นซองประมูลทีวีดิจิทัล 2 ประเภท คือวาไรตี้ เอชดี(HD) และวาไรตี้ เอสดี(SD) หากชนะประมูลจะเป็นอีกแพลตฟอร์มสำคัญในการเข้าถึงผู้ชม 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
"หากชนะประมูลทีวีดิจิทัล จะทำให้แกรมมี่ เป็นเจ้าของสื่อครบทุกแฟลตฟอร์ม ที่เข้าถึงผู้ชมทั่วประเทศ และเป็นผู้ดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ การผลิตคอนเทนท์ และปลายน้ำ การเป็นเจ้าของช่องทางสื่อ" ไพบูลย์ กล่าว
อีกจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อทีวีในปีหน้า คือการก้าวสู่ยุค High Definition ทั้งฝั่งคอนเทนท์และฮาร์ดแวร์ ดังนั้นการบริหารธุรกิจแพลตฟอร์มและเพย์ทีวีของแกรมมี่ จะมุ่งไปที่การทำตลาดกล่องรับสัญญาณ (Set Top Box) "จีเอ็มเอ็ม แซท" ระบบเอชดี และการทำตลาดเพย์ทีวี ช่องรายการคอนเทนท์เอชดี และช่องเอ็กซ์คูลซีฟของแกรมมี่ ที่สามารถรับชมในรูปแบบฟรีทูบ็อกซ์
แกรมมี่ได้เริ่มทำตลาดกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ในช่วงต้นปี 2554 ปัจจุบันมียอดจำหน่าย 2.3 ล้านกล่อง ซึ่งจะต่อยอดสู่ธุรกิจเพย์ทีวีในปีหน้า ด้วยเป้าหมายฐานสมาชิก 3-4 แสนราย
ไพบูลย์ กล่าวอีกว่าได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับตัวแทนร้านจำหน่ายจานดาวเทียมและกล่องรับสัญญาณทั่วประเทศ 2,000 แห่งเพื่อจำหน่ายกล่องจีเอ็มเอ็มแซท และเป็นตัวแทนทำตลาดขยายฐานสมาชิก"เพย์ทีวี" ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางสร้างรายได้ให้กับตัวแทนจำหน่าย
จากจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมสื่อในการขยายแพลตฟอร์มสู่ยุคมัลติ มีเดีย ที่ผ่านมาแกรมมี่ ได้ลงทุนขยายธุรกิจแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียมและเพย์ทีวีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปลายปีนี้และปีหน้าเป็นช่วงเตรียมตัวประมูลทีวีดิจิทัลและขยายแพลตฟอร์มโอทีที ดังนั้นในช่วง 2-3 ปีจากนี้ ถือเป็นช่วงเวลาของการลงทุนของบริษัท
เชื่อว่าหลังจากนั้นจะเริ่มเห็น "กำไร" จากธุรกิจแพลตฟอร์มต่างๆ ของแกรมมี่
สอดคล้องกับ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าหากประเมินจากรายได้ในสิ้นปีนี้ อาร์เอส จะทำรายได้ราว 3,600 ล้านบาท รายได้ดังกล่าวมาจากธุรกิจสื่อที่ประกอบไปด้วยทีวีดาวเทียม 6 ช่องและวิทยุ 3 คลื่น โดยคาดมีสัดส่วนรายได้เกิน 50% เป็นครั้งแรกในของ 30 ปีของการดำเนินธุรกิจที่เริ่มต้นจากค่ายเพลง
"จากธุรกิจสื่อเติบโตเท่าตัวในปีนี้ ทำให้มีสัดส่วนกว่า 50% ของรายได้เป็นปีแรกและเพิ่มเป็น 60% ในปีหน้า"
ขณะที่ปีหน้าธุรกิจสื่อในกลุ่มทีวีดาวเทียมมีแนวโน้มเติบโตสูงเช่นกัน เห็นได้จากเรทติ้งช่องทีวีดาวเทียมที่เพิ่มขึ้น ทั้งช่อง8, สตาร์แม็กซ์, สบายดี แชนแนล โดยวางแผนปรับขึ้นราคาโฆษณาเฉลี่ย 35-40% ในปีหน้า
การประเมินแผนธุรกิจในปีหน้า ยังไม่รวมธุรกิจทีวีดิจิทัล ที่อาร์เอส เข้าร่วมประมูล 1 ช่อง ประเภทวาไรตี้ เอสดี มองว่าปีหน้ารายได้รวมอาร์เอสคาดจะทะลุ 4,000 ล้านบาท เพราะมีกิจกรรมพิเศษการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2014สร้างรายได้ 700 ล้านบาท
หากประมูลทีวีดิจิทัลได้จะเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของอาร์เอสในธุรกิจสื่อ









