วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บีเอชพีชี้ผลิตน้ำมันหินเชลสร้างรายได้ปี2559

บีเอชพีชี้ผลิตน้ำมันหินเชลสร้างรายได้ปี2559 คาดโกยรายได้ให้ธุรกิจในเครือกว่า 3 พันล้านดอลลาร์/ปี ภายในปี 2562

บีเอชพี บิลลิตัน ผู้ทำเหมืองแร่ที่ใหญ่สุดของโลก และผู้ลงทุนรายใหญ่สุดในธุรกิจขุดเจาะน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติบนบก ในสหรัฐระบุว่า ธุรกิจขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน หรือหินเชล จะเริ่มสร้างกระแสเงินสดได้ในปี 2559 และจะสร้างรายได้ให้ธุรกิจในเครือประมาณเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ภายในปี 2562

นอกจากนี้ บีเอชพี ยังมีแผนการลงทุนราว 4,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี เพื่อขยายกำลังการผลิตน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติบนบกในสหรัฐ

ยักษ์ใหญ่ด้านเหมืองแร่รายนี้ ที่ได้นายแอนดริว เเม็คเคนซี่ อดีตผู้บริหารของ บีพี บริษัทน้ำมันจากอังกฤษ มาคุมบังเหียน แถลงด้วยว่า ธุรกิจผลิตน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน จะกลายเป็นธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดหลักให้กับเครือธุรกิจของบีเอชพี นับตั้งแต่ปี 2563

บีเอเชพีวางแผนที่จะหันมาให้ความสำคัญกับการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั้งแบบที่ใช้เทคโนโลยีดั้งเดิม และเทคโนโลยีใหม่ที่ต้องขุดเจาะลงไปในชั้นหินดินดาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแหล่งผลิตในสหรัฐและออสเตรเลีย

บริษัทหวังว่าจะสามารถบรรลุเป้ายอดผลิตน้ำมันปิโตรเลียมของปีหน้าได้ แม้ผลผลิตในไตรมาสสุดท้ายนี้จะลดลงก็ตาม ทั้งยังคาดว่า การทุ่มลงทุนอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าการผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดานที่ปริมาณ 200,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2560 ซึ่งจะทำให้สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุด เมื่อรวมปริมาณการผลิตน้ำมันจากใต้พื้นดินทั้งหมดราว 500,000 บาร์เรลต่อวัน

บีเอชพี กลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่น่าจับตามอง หลังจากรุกเข้าไปในธุรกิจผลิตน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดานตั้งแต่ปี 2554 ด้วยการเข้าซื้อกิจการ "ฟาเย็ตต์วิลล์" จาก "เชสะพีค" ธุรกิจผลิตน้ำมันอีกรายในสหรัฐ และหลายเดือนต่อมาก็เข้าซื้อกิจการ "ปิโตรฮอว์ค เอนเนอร์ยี"

ด้านนายทิม คัทท์ ผู้อำนวยการฝ่ายปิโตรเลียมและโปแตชของบีเอชพี กล่าวว่า นอกจากจะหันมาให้ความสำคัญกับแหล่งผลิตในสหรัฐและออสเตรเลียแล้ว บริษัทยังสนใจแหล่งผลิตในตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ที่ผลสำรวจล่าสุดพบว่า น่าจะมีปริมาณน้ำมันสำรองรอการขุดเจาะอยู่ใต้พื้นดินอยู่พอสมควร

ขณะที่ การผลิตน้ำมันปิโตรเลียม มีสัดส่วน 20% ของการผลิตเชื้อเพลิงทั้งหมดของบีเอชพี และสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วน 25% ของกำไรจากการดำเนินงาน