วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักลงทุนต่างชาติ หนุนปฏิรูปนำไทยพ้นวิกฤติ

เปิดมุมมองนักลงทุนต่างชาติกับวิกฤติการเมืองไทย หลังนายกฯประกาศยุบสภา หนุนปฏิรูป นำไทยพ้นวิกฤติ

วันดอร์ วอน เดอร์ ลูว์ กรรมการหอการค้าไทย-สวิส และอดีตประธานหอการค้าต่างประเทศในไทย และ มาร์ก สปีเกิล ประธานหอการค้าไทย-ฟินแลนด์ และรองประธานหอการค้าต่างประเทศในไทย ร่วมพูดคุยในรายการ Business Talk ทางกรุงเทพธุรกิจทีวี หลังจากที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา

วอน เดอร์ ลูว์ กล่าวว่าในฐานะนักธุรกิจต่างชาติคนหนึ่งที่เฝ้าติดตามเหตุการณ์ทางการเมืองไทยอย่างใกล้ชิด มองว่าการประกาศยุบสภา น่าจะเป็นทิศทางที่ถูกต้อง ซึ่งอยู่ในไทยมากว่า 20 ปี เห็นความขัดแย้ง และแตกแยกที่เกิดขึ้นมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้หวังว่าจะได้เห็นการปฏิรูปเกิดขึ้นเพื่อให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว

สปีเกิล บอกเห็นว่าการยุบสภาอาจจะเป็นวิธีการที่ช่วยป้องกันเหตุรุนแรง ช่วยประคับประคองเหตุการณ์การเผชิญหน้า ระหว่างผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล กับฝ่ายรัฐบาลไม่ให้เลวร้ายลงไปกว่านี้

"ผมมาจากอเมริกา เรามีการประท้วงเกิดขึ้นหลายครั้งในประวัติศาสตร์ที่ประชาชนลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาล ถือเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย เราหวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไทยครั้งนี้ จะเป็นไปโดยสงบสันติ อย่างน้อยความเสียหายที่เกิดขึ้น ก็ยังน้อยกว่าในปี 2553"

สปีเกล กล่าวว่าอาจจะเร็วไปที่จะพูดขณะนี้ว่าการยุบสภาจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างชาติหรือไม่ อาจจะมีความพยายามหลังฉาก (ที่ประชาชนไม่ทราบ) ทำให้ไม่แน่ใจว่า (สุดท้ายแล้วเหตุการณ์ครั้งนี้) จะลงเอยแบบไหน

การเมืองซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจ

ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจ วอน เดอร์ ลูว์ บอกว่าเป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่าตัวเลขการส่งออกของไทย 10 เดือนแรกปีนี้โตในอัตรา 0% และยังมีการปรับตัวเลขอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ(จีดีพี) ลดลง ปัญหาการเมืองยิ่งทำให้สิ่งต่างๆเลวร้ายลงไปอีก การมีรัฐบาลรักษาการก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงไปอีก

สปีเกิล เสริมว่าจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น มีการประท้วงต่อเนื่องกว่า 40 วัน ทำให้ผู้บริโภคไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะจับจ่ายใช้สอย แม้จะเข้าช่วงภาวะเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ก็ตาม

ความเสียหายต่อการท่องเที่ยวได้เกิดขึ้นแล้ว โดยมีรายงานว่านักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 40,000 คน ได้ยกเลิกเข้ามาเที่ยวในไทย ทำให้ประเทศต้องสูญเสียรายได้ไปถึง 2 หมื่นล้านบาท ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น

ส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท แม้กฎหมายจะผ่านรัฐสภาไปแล้ว แต่ยังมีประเด็นการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า การกู้เงินเพื่อลงทุนในโครงการดังกล่าว จะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

สำหรับโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เท่าที่ติดตามยังไม่ค่อยจะเห็นความคืบหน้าสักเท่าไหร่ เพราะมีการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ แม้โครงการจะได้รับการอนุมัติไปแล้ว

ชี้ไทยถดถอยเพราะคอร์รัปชัน

วอน เดอร์ ลูว์ กล่าวว่าแม้นักลงทุนต่างชาติกำลังสนใจที่จะนำเงินเข้ามาลงทุนระยะยาว (foreign direct investment: FDI) ในภูมิภาคนี้ เพื่อหาโอกาสจากการเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียน(เออีซี) ในปี 2558 แต่การที่ผู้ออมเงินไม่กล้าที่จะเอาเงินไปฝากไว้ในธนาคารที่เขาไม่มั่นใจ นักลงทุนก็คงไม่กล้าที่จะเอาเงินไปลงทุนในประเทศที่กำลังมีการประท้วง

"ผมเชื่อว่าไทยยังแข่งขันได้ เราต้องเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง เพราะที่ผ่านมาถดถอยลงไปแล้วด้านปัญหาคอร์รัปชัน จากอันดับที่ 88 ตกลงไปอยู่ที่102 ในปีที่ผ่านมา ยังไม่ได้มีการปฏิรูปภาคบริการอย่างเพียงพอ ทำให้เสียเปรียบการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ"

แนะไทยต้องหลุดพ้นจาก"Money Politics"

สปีเกิล บอกว่าดูเหมือนการแบ่งแยกทางการเมืองในปัจจุบันจะมีมากขึ้นกว่าในอดีต เป็นเรื่องน่าห่วง เพราะจะทำให้การปรองดองเกิดขึ้นยาก ดังนั้นอาจต้องมีการปฏิรูปหลายรอบ ต้องมี “แชมป์เปี้ยนคนใหม่” ที่สามารถทำความเข้าใจได้กับทุกฝ่าย

วอน เดอร์ ลูว์ กล่าวว่าจากที่อยู่ในไทยมา 25 ปี ได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดต่างๆในไทยมาตลอด ในอดีตมีวลีที่ว่า “คนอีสานเลือกรัฐบาล แต่คนกรุงเทพฯล้มรัฐบาล” เรื่องนี้ยังเป็นความจริงอยู่ในปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงมีระบบการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยเงิน (money politics) และระบบอุปถัมภ์

ทางออกของไทยคิดว่าจะต้องหาทางออกจาก money politics ให้ได้ในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้หมายความว่าผู้ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนเข้ามาทำอะไรก็ได้ “ประชาธิปไตยไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำอะไรก็ได้ คุณต้องปฏิบัติตามหลักการของประชาธิปไตย แต่ต้องฟังเสียงส่วนน้อยด้วย”

การเลือกตั้งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยจำเป็นต้องมีระบบการถ่วงดุลอำนาจที่เข้มแข็ง เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ระบุทักษะการใช้ภาษาของไทยยังต่ำ

สปีเกิล กล่าวว่าไทยได้รับการจัดอันดับคุณภาพของระบบการศึกษาอยู่ในลำดับท้ายๆของประเทศในกลุ่มอาเซียน ขณะที่ทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศของคนไทยค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เป็นปัจจัยที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ

วอน เดอร์ ลูว์ ย้ำว่าทักษะความคิดแบบมีวิจารณญาณ (critical thinking) จำเป็นต้องสร้างให้เกิดมากขึ้นในไทย ที่ผ่านมาการที่คนไทยเป็นคนขี้เกรงใจ หรือให้ความเคารพต่อผู้อาวุโสเป็นสิ่งที่ดี แต่อีกด้านหนึ่งค่านิยมเหล่านี้ได้กลายเป็นอุปสรรคที่ปิดกั้นความกล้าในการตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนทัศนคติของคนไทยว่าการคิดวิพากษ์เป็นสิ่งที่ดี

ถามว่ารัฐบาลที่จะเข้ามาหลังการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 ควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรบ้าง วอน เดอร์ ลูว์ ย้ำว่าแน่นอนการปฏิรูปการศึกษาย่อมอยู่อันดับแรกๆ ควรแก้ไขลดกฎระเบียบขั้นตอนต่างๆเพื่อให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น

สปีเกล กล่าวว่าจำเป็นจะต้องมีการปฏิรูประบบการศึกษา ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน การสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และการปฏิรูประบบการบริหารราชการแผ่นดิน

ชี้ประชานิยมทำให้คนเกียจคร้าน

สปีเกิล กล่าวว่าประชานิยมเป็นสิ่งที่ประชาชนชอบ แต่ควรดูผลกระทบและผลประโยชน์ในระยะยาว ในโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท คิดว่าในส่วนของโครงการรถไฟรางคู่ การขยายและก่อสร้างถนนหนทางต่างๆ รวมทั้งโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆในกรุงเทพฯเป็นสิ่งจำเป็น

ส่วนวอน เดอร์ ลูว์ กล่าวว่า ตนไม่ใช่แฟนนโยบายประชานิยม แต่มีความเชื่อว่ารัฐบาลควรจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความยั่งยืนแก่รายได้ของประชาชนมากกว่า การที่จะเอาเงินไปแจกซึ่งจะให้ประชาชนเกียจคร้าน