ลูกจ้างร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วสหรัฐพร้อมใจหยุดงานประท้วง1วัน เรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าแรง ท่ามกลางการถกเถียงรอบใหม่ของรัฐบาลกลาง
ผู้ประท้วงเหล่านี้ ระบุว่าพวกเขาต้องการค่าแรงที่ "สามารถอยู่รอดได้" โดยต้องการได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นเป็นชั่วโมงละ 15 ดอลลาร์ จากปัจจุบันที่ร้านส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้จะจ่ายค่าแรงในอัตราชั่วโมงละ 7.25 ดอลลาร์
การประท้วงข้างต้นเกิดขึ้นในเมืองต่างๆ มากกว่า 100 เมืองทั่วทั้งสหรัฐ และยังเกิดขึ้นหลังเคยมีการนัดหยุดงานทำนองเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และช่วงปลายปี 2555
บรรดาผู้ประท้วง ยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐ และสภาคองเกรส ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของพวกเขาด้วย
เหตุนัดหยุดงานครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังจากที่ประธานาธิบดีโอบามา ยืนยันในข้อเรียกร้องของเขาที่จะให้มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยชี้ว่า ถึงเวลาอันเหมาะสมที่จะมีการขึ้นค่าแรง ที่อัตราในปัจจุบันนั้น เมื่อนำไปปรับตามเงินเฟ้อแล้ว ยังอยู่ล้าหลังจากระดับที่เคยเป็นมาในช่วงทศวรรษ 40
ทั้งนี้ ผลศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ ของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ แสดงให้เห็นว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของครอบครัวที่ทำงานอยู่ตามร้านฟาสต์ฟู้ดนั้น ดำรงชีพได้ด้วยการพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากทางการ
อย่างไรก็ดี ความพยายามที่จะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของนายโอบามา ต้องเผชิญกับการถกเถีงอย่างดุเดือดในสภาคองเกรส โดยก่อนหน้านี้ สภาผู้แทนราษฎรที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากอยู่นั้น ปฏิเสธข้อเสนอที่จะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้มาอยู่ที่ 10.10 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง








