พาณิชย์เร่งระบายสต็อกข้าว ปิดดีลขายข้าว "จีทูจี" กับอินโดนีเซียในเร็วนี้ 6 แสนตัน คาดหาเงินคืนคลังได้ 2.5 หมื่นล้านต้นปี
กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าเร่งระบายข้าวในทุกช่องทาง เพื่อหาเงินมาใช้ในโครงการฤดูกาลผลิตใหม่ ซึ่งผ่านมา 2 เดือน ชาวนาในบางพื้นที่ยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว ในขณะที่กระทรวงการคลังเตรียมออกพันธบัตรหาเงินให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 7.5 หมื่นล้าน สะท้อนให้เห็นว่าต้องหาเงินมาเดินหน้าโครงการ
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ พยายามเจรจารัฐต่อรัฐเพื่อขายข้าว ในขณะเดียวกันก็เปิดประมูล แต่ที่ผ่านมา เอกชนไม่ให้ความสนใจมากนัก ส่งผลให้ประมูลได้ต่ำกว่าปริมาณที่เปิดประมูล
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาขายข้าวในสต็อกรัฐบาลแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับหลายประเทศ เช่น อิรัก อิหร่าน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ แต่มีความเป็นไปได้ที่จะขายให้แก่อินโดนีเซีย เพราะมีความต้องการจำนวนมากถึง 600,000 ตัน ซึ่งเป็นข้าวขาว 15%
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การขยายข้าวให้กับอิหร่านนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะขายข้าวขาวให้อีก 250,000 ตัน ขณะที่ฟิลิปปินส์ แม้การประมูลนำเข้าข้าวขาวจำนวน 500,000 ตัน เมื่อเร็วๆ นี้ และเวียดนามจะชนะการประมูลด้วยราคาต่ำกว่าไทยมาก แต่ไทยยังมีโอกาสที่จะขายได้อีก
นอกจากนี้ ภายในเดือนธ.ค. นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดประมูลข้าวเป็นการทั่วไปอีกประมาณ 200,000-300,000 ตัน และจะเปิดประมูลผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรแห่งประเทศไทย (เอเฟท) ในปริมาณใกล้เคียงกัน เพื่อระบายข้าวออกจากสต็อกรัฐบาล และนำเงินมาส่งคืนกระทรวงการคลัง
นายสุรศักดิ์ คาดว่าภายใน 2 เดือน คือ ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2556-ม.ค. 2557 จะนำเงินส่งคืนคลังได้อีกประมาณ 25,000 ล้านบาท จากเป้าหมายที่คาดในเดือนต.ค.-ธ.ค. 2556 จะคืนเงินได้ราว 30,000 ล้านบาท
"เราพยายามอย่างเต็มที่ในการขายข้าวสต็อกรัฐแบบจีทูจีให้ได้มากที่สุด ในราคาดี และจะระบายข้าวออกในรูปแบบการประมูลเป็นการทั่วไป และการประมูลผ่านเอเฟทอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเงินคืนคลังให้ได้ตามแผน โดยล่าสุดยังมีข้าวในสต็อกรัฐที่ปลอดภาระผูกพัน หรือยังสามารถขายออกได้อีกประมาณ 6-7 ล้านตันข้าวสาร” นายสุรศักดิ์ กล่าว
นักวิชาการหนุนเร่งระบายลดขาดทุน
นายสมพร อิศวิลานนท์ สถาบันคลังสมองของชาติ กล่าวว่าสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งระบายข้าวเพราะลดความสูญเสียจากการขาดทุน โดยรัฐบาลต้องหาทางให้เอกชนเข้ามาช่วยในการหาตลาดและการระบายข้าว เพราะการขายข้าวจีทูจีของรัฐบาลเป็นไปด้วยความล่าช้า จากกระบวนการของระบบราชการ
นายสมพร กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการรับจำนำ ส่งผลให้ข้าวค้างในสต็อกจำนวนมหาศาล แต่มาเร่งระบายข้าวในช่วงหลังเนื่องจากราคาข้าวมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลทำช้าเกินไป ส่งผลให้โครงการนี้ขาดทุนมหาศาล
"แนวโน้มการระบายข้าวของไทยจะมีปัญหา ทำได้ยากลำบากมากขึ้น จากราคาข้าวที่สูงเกินไป ข้าวหอมมะลิของไทยที่อยู่ในตลาดบน ในปีนี้ ประเทศผู้นำเข้า เช่น สิงคโปร์ หันไปซื้อจากเวียดนาม และกัมพูชาแทน โดยระบุว่าคุณสมบัติไม่ต่างกับข้าวหอมมะลิของไทย ดังนั้นไทยจะสูญเสียตลาดข้าวหอมมะลิไปเรื่อยๆ ยิ่งในปีนี้ข้าวหอมมะลิของกัมพูชาชนะเลิศรางวัลที่ 1 จะส่งผลให้กัมพูชาได้รับความเชื่อมั่นและตลาดต่างๆ หันมาให้ความสนใจมากขึ้นเช่นกัน" นายสมพร กล่าว
นายสมพร กล่าวว่า ข้าวขาว 5% ที่เป็นปัญหามากที่สุด ไทยไม่สามารถแข่งขันกับเวียดนามได้ ในขณะที่พม่าในปีนี้ขายข้าวได้ 1 ล้านตันตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ แสดงว่าในปีนี้ข้าวไทยเริ่มมีปัญหามากขึ้นเนื่องจากราคาข้าวที่สูงมาก ทำให้การประมูลซื้อ-ขายข้าวในปีนี้ของฟิลิปปินส์ ตกเป็นของเวียดนาม ดังนั้นในกรณีที่ธนาคารสวิส มีความกังวลต่อโครงการนี้ จะส่งผลกระทบต่อการลงทุน ภาวะเศรษฐกิจของประเทศ เกิดความรุนแรงในภาคอุตสาหกรรม ที่เป็นแรงผลักเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย
แบงก์สวิสเก็บข้อมูลผลกระทบจำนำ
นายสมพร กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากธนาคาร UBS AG สาขาสิงคโปร์ ซึ่งเป็นธนาคารสวิตเซอร์แลนด์ เข้ามาขอข้อมูลของโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เนื่องจากมีความกังวลว่างบประมาณจำนวนมากที่ใช้ไปกับโครงการนี้จะส่งผลกับนักลงทุนที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจลงทุนในไทยและประเทศใกล้เคียง
ทั้งนี้ทางธนาคารได้ขอรับทราบวงเงินที่ใช้กับโครงการนี้ จำนวนข้าวที่รัฐได้รับจำนำทั้งหมด และการระบายข้าว ซึ่งทางสถาบันคลังสมองของชาติ ได้ชี้แจงว่า วงเงินที่รัฐบาลใช้ไปกับโครงการนี้มีทั้งสิ้น 6.8 แสนล้านบาท โดยทางธนาคารระบุว่าเป็นงบประมาณจำนวนมากที่ใช้ไปกับการลงทุนเพียงโครงการเดียวโดยการจัดสรรของรัฐบาล ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลกำหนดราคารับซื้อข้าวไว้สูงเกินไป ทำให้เกษตรกรไม่มีรายได้เพียงพอจะนำมาไถ่ถอน
อีกทั้งยังกระทบกับการระบายข้าวออกจากสต็อก ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลสามารถระบายข้างในโครงการนี้เพียง 1.4 ล้านตันเท่านั้น ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณข้าวในสต็อกที่มีอยู่มากถึง 10 ล้านตัน และยังมีข้าวที่จะทยอยเข้าสู่โครงการเพิ่มขึ้นอีกในช่วงปลายปี นี้
นายสมพร กล่าวว่า ทางธนาคารระบุว่าการใช้งบประมาณจำนวนมากของรัฐบาลในโครงการเดียวครั้งนี้และยังขาดทุนเนื่องจากข้าวระบายออกสู่ตลาดได้น้อยนั้นเสี่ยงที่จะเกิดภาระหนี้สินทางการคลัง
พาณิชย์เผยส่งออกข้าว11เดือน5.6ล้านตัน
นายสุรศักดิ์ ยังกล่าวว่า การส่งออกข้าวไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-20 พ.ย. 2556 มีปริมาณ 5,682,849 ตัน มูลค่า 3,817 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 114,772 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 ที่ส่งออกปริมาณ 6,229,868 ตัน มูลค่า 4,249 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 131,375 ล้านบาทโดยปริมาณส่งออกลดลง 8.78% มูลค่าเงินดอลลาร์ ลดลง 10.16% มูลค่าเป็นเงินบาทลดลง 12.64%
คาดว่าทั้งปี 2556 ไทยจะสามารถส่งออกข้าวได้ประมาณ 8.5 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 5,700 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 171,342 ล้านบาท ส่วนปี 2557 คาดว่าการส่งออกข้าวของไทยจะดีขึ้น และน่าจะส่งออกได้อย่างน้อย 8 ล้านตัน ประมาณ 4,800 ล้านดอลลาร์ มีราคาส่งออกเฉลี่ยที่ตันละ 600 ดอลลาร์ ซึ่งไทยยังคงความเป็นแชมป์ราคาส่งออกข้าวเฉลี่ยสูงสุด
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการส่งออกของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-28 พ.ย. 2556 ไทยส่งออกข้าว 2,972,661 ตัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555 ที่ส่งออกได้ 4,633,932 ตัน









