วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลายกังวลการเมือง แห่เก็งแบงก์-สื่อสาร

นักลงทุนแห่เก็งกำไรหุ้นแบงก์-สื่อสาร ดันดัชนีปิดบวกเฉียด 10 จุด หลังประเมินการเมืองคลี่คลาย

การเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทยวานนี้ (3 ธ.ค.) ยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากสถานการณ์การเมืองที่คลี่คลายมากขึ้น ส่งผลการซื้อขายเริ่มคึกคักขึ้นในช่วงบ่าย โดยเป็นแรงซื้อขายเข้ามาเก็งกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์และสื่อสาร หนุนดัชนีหุ้นการซื้อขายที่ 1,383.89 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.63 จุด มูลค่าการซื้อขาย 48,546.36 ล้านบาท

นายธวัชชัย อัศวพรชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นวานนี้ (3 ธ.ค.) ยังคงได้รับปัจจัยกดดันเรื่องการเมืองต่อเนื่อง สาเหตุที่ดัชนีสามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้นั้น เป็นผลจากแรงเก็งกำไร และแรงซื้อทางเทคนิค ที่นักลงทุนมองว่าเหตุการณ์การเมืองน่าจะจบในระยะเวลาอันสั้น

"ตลาดหุ้นวานนี้ปรับตัวขึ้นมาได้ จากปัจจัยเทคนิค และเชื่อว่าความขัดแย้งทางการเมืองนั้น เริ่มคลี่คลายและน่าจะฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น ทำให้เกิดแรงเก็งกำไรเข้ามา ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์ต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร"

ส่วนหากปัจจัยการเมืองยังคงยืดเยื้อและไม่จบลง ดัชนีก็จะยังคงผันผวนต่อเนื่อง จึงแนะนำให้นักลงทุนเก็งกำไรในระยะสั้น แต่หากสถานการณ์ชัดเจนมากขึ้น ก็เป็นโอกาสที่จะสะสมหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร ที่ถูกเทขายต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดความน่าสนใจ ส่วนกลุ่มสื่อสารและหุ้นกลุ่มก่อสร้าง ที่จะรับอานิสงส์จากการโครงการใหญ่ๆ ในอนาคต

ด้านนายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ สำนักวิจัยทิสโก้ เปิดเผยว่า การลงทุนในตลาดหุ้น ยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองไทยเป็นหลัก โดยมองว่าจะคลี่คลายได้โดยเร็วจากท่าทีของรัฐบาล ที่ยอมถอยมากขึ้นลดการบีบคั้นสถานการณ์ ทำให้นักลงทุนมองว่าเป็นสัญญาณบวกสำหรับตลาดหุ้น

ดังนั้นสำนักวิจัย จึงปรับมุมมองให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนมากขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ จากเดิมแนะนำถือพอร์ต 60% เพิ่มขึ้นเป็น 80% โดยมองหุ้นไทยยังมีอัพไซด์และยังปรับตัวดีดขึ้นไประดับ 1,400 จุดได้ โดยหุ้นที่มีความน่าสนใจ คือหุ้นขนาดใหญ่ที่จะได้รับอานิสงส์ จากเม็ดเงินกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ที่จะเข้ามาซื้อหุ้นขนาดใหญ่ รวมถึงซื้อหุ้นที่คาดจะได้รับการจัดอันดับในเซ็ท 50 รวมถึงหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวเศรษฐกิจ เก็งกำไรหลังการเมืองคลี่คลาย แนะเข้าเก็บหุ้นช่วงปลายสัปดาห์

ด้านนายสุชาติ ธนฐิติพันธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (THAIBMA) เปิดเผยว่า ช่วง 11 เดือนแรกที่ผ่านมา เงินทุนต่างชาติยังไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ 11,261 ล้านบาท โดยวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์การเมือง ที่ยังไม่สงบ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยทั้งในส่วนของการบริโภคภายในประเทศ และตัวเลขการส่งออก ที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างชาติ สะท้อนจากนักลงทุนลดการลงทุนในตลาดการเงินของไทยลงช่วงที่ผ่านมา

ประกอบกับเข้าสู่ช่วงปลายปี ซึ่งต่างชาติส่วนใหญ่ จะชะลอการลงทุน จึงทำให้เม็ดเงินลงทุนใหม่ที่จะเข้ามา เริ่มเบาบางลง ณ วันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติมียอดถือครองตราสารหนี้สุทธิ 720,116 ล้านบาท เป็นสัดส่วนของตราสารหนี้ระยะสั้น 20% และตราสารหนี้ระยะยาว 80%

ส่วนเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา มีเงินต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ 66,211 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายสุทธิ 40,217 ล้านบาท โดยขายตราสารหนี้ระยะสั้น 41,296 ล้านบาท และซื้อตราสารหนี้ระยะยาว 1,079 ล้านบาท ขณะที่มีตราสารหนี้ที่ครบอายุอีก 25,994 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยหลัก ยังคงเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกในเรื่องความกังวลต่อการชะลอมาตรการคิวอีเป็นหลัก

ส่วนปัจจัยการเมือง ปกติไม่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนในตราสารหนี้อยู่แล้ว แต่การที่สถานการณ์ยืดเยื้อ อาจทำให้นักลงทุนบางส่วนกังวลถึงผลกระทบที่อาจจะตามมาถึงการถูกปรับลดอันดับเครดิตในอนาคตได้ แต่ปัจจุบันคงยังไม่น่าเป็นห่วงเท่าไร