วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Commerce Sector - Overweight

ทิศทางการเติบโตระยะยาวน่าสนใจ

- ปัจจัยการเมืองมีผลกระทบจำกัด
นักเศรษฐศาสตร์ KKI ประเมินว่าปัจจัยการเมืองมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและนักธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจใน 3 มิติ ได้แก่ การท่องเที่ยว การใช้จ่ายภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ อย่างไรก็ตามจากความไม่สงบทางการเมืองปี 2552 - 2553 เราพบว่ามีผลกระทบจำกัดต่อยอดขายในกลุ่มค้าปลีก โดยยอดขายรวมของ 5 บริษัทค้าปลีกทั้งขนาดใหญ่-เล็ก ได้แก่ BIGC, CPALL, HMPRO, MAKRO, ROBINS เติบโตเฉลี่ย 9% และ 14% ตามลำดับ ขณะเดียวกัน SSS growth ของ CPALL และ HMPRO ยังการเติบโตสูงกว่า GDP ทั้งนี้แม้การชุมนุมทางการเมืองปัจจุบันยืดเยื้อเกือบ 1 เดือน แต่บริษัทที่เราศึกษา 4 แห่ง (CPALL, GLOBAL, HMPRO, KAMART) ยังคงเป้าหมายการเติบโตยอดขายปีนี้

- อานิสงค์ดอกเบี้ยต่ำ และ การปรับโครงสร้างภาษีฯ หนุนกำลังซื้อ

เรามองว่ากลุ่มค้าปลีกจะมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจในปีหน้า จากการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์หลายๆแห่งว่าการบริโภคภาคเอกชนจะกลับมาเติบโตเฉลี่ย 3% ขณะที่การลดดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 2.25% และการปรับโครงสร้างอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็น 7 ขั้น และลดอัตราภาษีสูงสุดเหลือ 35% จาก 37% มีผลในปี 2556 จะช่วยลดภาระภาษีโดยเฉพาะผู้มีเงินได้สุทธิ 1.5 แสนบาท - 3 แสนบาท จะมีภาระภาษีลดลงถึง 50% จากอัตราเดิม จะส่งผลทางอ้อมต่อการเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยหากประเมินตามหลักเศรษฐศาสตร์ผู้ประกอบการค้าปลีกกลุ่ม Non Food ที่มีลูกค้าเป้าหมายระดับกลางจะได้ประโยชน์ มากกว่าผู้ประกอบการค้าปลีกกลุ่ม Food จากการประมาณการของเรา บริษัทกลุ่มค้าปลีก (เฉพาะที่ศึกษา) ที่จะได้รับประโยชน์ เรียงลำดับจากมากที่สุดไปหาน้อยสุด ได้แก่ HMPRO, GLOBAL, KAMART, CPALL

- คาดปี 2557 กำไรสุทธิของกลุ่มเติบโต 30% YoY
เราประเมินว่า กำไรสุทธิปี 2557 ของบริษัท 4 แห่งที่ศึกษาจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 30% YoY จากปัจจัยหนุน (1) การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS growth) 5 – 7% (2) จำนวนสาขาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% และ (3) ความสามารถในการทำกำไรดีต่อเนื่องจากสัดส่วนยอดขายจาก House brand รวมทั้งการประหยัดขนาดจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น (Operating leverage) หากเปรียบเทียบในกลุ่มฯ เราคาดว่า GLOBAL จะมีกำไรสุทธิเติบโตสูงสุดที่ 50% YoY ด้วยอานิสงค์ของฐานกำไรต่ำในปี 2556 และการขยายสาขาเชิงรุกอีก 12 สาขา ขณะที่คู่แข่งเริ่มชะลอการขยายสาขา ส่วน CPALL จะมีกำไรสุทธิเติบโต 29% เป็นอันดับ 2 จากผลของแรงผนึกทางธุรกิจจากการซื้อกิจการของ MAKRO ชัดเจนขึ้น