"ฟิลิปส์" ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ ประกาศร่วมมือกับพันธมิตรในพม่า
ฟิลิปส์ ยักษ์ใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจยาวนานถึง 120 ปี ระบุว่าได้ร่วมกับเอกชน 3 รายในพม่า จัดจำหน่ายหลอดไฟและผลิตภัณฑ์ส่องสว่าง โดยพาหัตมากรุ๊ปจะรับผิดชอบในตลาดผู้บริโภคทั่วไป ขณะที่เจเจ-ปัน และ พาวเวอร์ ไลท์ จะดูแลเรื่องบริการและเชิงพาณิชย์
"มีเก้ เดอ เชปเปอร์" ผู้จัดการทั่วไปของ ฟิลิปส์ ไลท์ติ้ง สิงคโปร์ แอนด์ เอ็กซ์ปอร์ท กล่าวว่า ประชากรในนครย่างกุ้งที่เพิ่มขึ้น ย่อมหมายถึงปริมาณความต้องการอุปกรณ์ไฟส่องสว่างในเมืองดังกล่าวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
เดอ เชปเปอร์ยังระบุอีกว่า เศรษฐกิจพม่ากำลังขยายตัวไปพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ยิ่งทำให้การปรับปรุงและพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทวีความสำคัญและจำเป็นมากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงนี้ธุรกิจเกี่ยวกับไฟส่องสว่างจากต่างชาติจะพาเหรดเข้ามาในตลาด เพราะต่างรู้ดีว่าพม่ากำลังต้องการอุปกรณ์ด้านนี้เป็นจำนวนมาก อีกด้านหนึ่ง นักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวในดินแดนที่เคยปิดประเทศมาอย่างยาวนาน กลายเป็นปัจจัยผลักดันให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ทั้งนี้ ทางการพม่าคาดการณ์ว่า ประชากรในนครย่างกุ้งจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 10 ล้านคน ภายในปี 2583 ซึ่งเดอ เชปเปอร์ประเมินว่า เมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วแห่งนี้ใช้พลังงานถึง 45% ของปริมาณที่ใช้ทั้งประเทศ อันหมายความว่ารัฐบาลจำเป็นต้องหาหนทางใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คณะกรรมการปริมาณไฟฟ้าแห่งนครย่างกุ้งเปิดเผยข้อมูลว่า ทั้งประเทศใช้พลังงานรวมกัน 1,500 เมกะวัตต์ โดยนครย่างกุ้งใช้ไป 720 เมกะวัตต์
เดอ เชปเปอร์อธิบายเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนหลอดไฟแบบเดิมมาใช้หลอดไฟที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น อย่างหลอดไฟฟ้าแอลอีดี สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลง 9.7 ล้านดอลลาร์ต่อปี และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 4,500 ตันต่อปี
นอกจากนี้ เดอ เชปเปอร์ให้ข้อมูลว่า ฟิลิปส์เริ่มสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ในหมู่ผู้บริโภคชาวพม่าอีกครั้ง พร้อมตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำตลาดในพม่า ล่าสุดร่วมกับคณะกรรมการพัฒนานครย่างกุ้งและกลุ่มอนุรักษ์นครย่างกุ้งปรับปรุงระบบไฟส่องสว่างของอาคารที่เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์









