วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SYMC - ซื้อ

ลงทุนรับการเติบโตระยะยาว

- ปรับลดประมาณการปี 2556-2558 เฉลี่ย 13%
SYMC ปรับแผนลงทุนโดยสร้างโครงข่ายเคเบิ้ลใยแก้วในประเทศบางส่วนแทนการเช่าจาก EGAT รวมทั้งต้องเช่าโครงข่ายภาคใต้เพิ่มเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เติบโตสูง เราปรับลดประมาณการปี 2556-2558 เฉลี่ย13% เพื่อสะท้อนต้นทุนส่วนเพิ่มจากค่าเช่าและค่าเสื่อมราคาเพิ่มในอัตราเร่งตัวกว่าที่เราคาด กำไรสุทธิปีนี้คาดไว้ที่ 191 ล้านบาท ลดลง 18% YoY แต่จะฟื้นตัวในปี 2557 ราว 9% YoY เป็น 208 ล้านบาท และเติบโตอีก 20% ในปี 2558 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2557-2558 เฉลี่ยต่อปี 15%

- ระยะสั้นอัตรากำไรยังถูกกดดันจากต้นทุนซ้ำซ้อน
เราคาดว่าผลกระทบจากต้นทุนที่ซ้ำซ้อนจากทั้งค่าเช่าและค่าเสื่อมราคาจะกดดันอัตรากำไรของ SYMC จนกว่าสัญญาเช่าโครงข่ายเคเบิ้ลใยแก้วหลักกับ EGAT จะครบอายุสัญญากลางปี 2557 หรือจะมีผลกระทบต่อเนื่องอีก 3 ไตรมาส (4Q56 – 2Q57) ตามประมาณการ เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross margin) ของปี 2556 – 2557 จะลดลงเฉลี่ยที่ 46% ขณะที่ EBITDA margin ปีนี้จะลดลงเหลือ 48.6% และเริ่มฟื้นตัวสู่ 49.1% ในปี 2557

- Infra Fund ไม่ใช่คู่แข่งโดยตรง
การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานของ JAS และ TRUE (TRUEGIF) เป็นอีกประเด็นที่เพิ่มความกังวลต่อการแข่งขันในตลาดบริการโครงข่ายเช่า อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าจะเป็นเพียงผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อ SYMC เนื่องจากกองทุนรวมโครงข่ายบรอดแบนด์ของ JAS ให้สิทธิ JAS เป็นผู้เช่าหลักรายเดียว ส่วนโครงข่ายบรอดแบนด์ในกองทุน TRUEGIF ให้สิทธิการเช่ากับ TUC (บริษัทเครือ TRUE) เป็นผู้เช่าโครงข่ายปลายทาง (last mile) รายเดียวใน 5 ปีแรก (Exclusive) จึงมองว่า Infra Fund ของ 2 บริษัทกลุ่มสื่อสารไม่ใช่คู่แข่งโดยตรง ประกอบกับ SYMC เน้นทำตลาดกลุ่ม Private Network, IPLC และ Broadcast ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพโครงข่ายและบริการที่มีประสิทธิภาพมากกว่าราคาถูก