วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังโยนบาปม็อบปิดที่ราชการกดจีดีพีต่ำ3%

คลังโยนบาปม็อบปิดสถานที่ราชการกดดันเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวต่ำกว่า 3% อ้างเบิกจ่ายงบประมาณสะดุด ในช่วงไตรมาส 4

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง กล่าวว่า การปิดสถานที่ราชการสำคัญๆ ของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินกว่า 1-2 สัปดาห์ ก็คงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 4 เพราะทำให้การเบิกจ่ายของภาครัฐไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ โดยไตรมาส 4 ถือเป็นไตรมาสสำคัญ เนื่องจากภาครัฐตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าจะเร่งการเบิกจ่ายงบประจำในแต่ละปีให้ออกมาโดยเร็วเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ

"ถ้าเกิน 1-2 สัปดาห์ ก็คงส่งผลกระทบแน่ เพราะเราไม่สามารถเบิกจ่ายได้ โดยไตรมาส 4 นั้นเราตั้งเป้าการเบิกจ่ายงบในแบบ ฟร้อนต์โหลด ไว้ไม่ต่ำกว่า 27-28% จากปกติอยู่ที่ 22% ซึ่งเดือนต.ค.ที่ผ่านมาถือว่าทำได้ดีเบิกจ่ายไปกว่า 9% และล่าสุดเราทำได้แล้ว 15% ดังนั้นช่วงเดือนครึ่งที่เหลือ หากเราไม่สามารถทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ ภาพเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ก็คงไม่ขยายตัวขึ้นมากนักจากไตรมาส 3 ดังนั้นเศรษฐกิจไทยโดยรวมทั้งปีที่เคยประเมินไว้ 3.7% ก็อาจต่ำกว่านี้ได้ ซึ่งอาจจะอยู่แค่เพียง 3% เท่านั้น"นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า ในเดือนธ.ค.ทาง สศค. จะปรับตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ใหม่ ซึ่งปัจจุบันรอดูปัจจัยสำคัญใน 3 เรื่อง คือ 1.สถานการณ์การเมืองยืดเยื้อหรือไม่ ถ้ายืดเยื้อคงกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนในประเทศทำให้ลดลงมากยิ่งขึ้น และ 2. คือ การส่งออก ซึ่งกำลังรอดูตัวเลขเดือนต.ค.อยู่ว่า การส่งออกจะเป็นอย่างไร เพราะเศรษฐกิจโลกเอกมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ก็หวังว่าประเทศไทยจะได้อนิสงค์ดังกล่าวด้วย

ส่วนปัจจัยที่ 3 คือ การท่องเที่ยว ซึ่งช่วงที่ผ่านมาการท่องเที่ยวไทยถือว่าเติบโตดีมาก เฉลี่ยต่อเดือนโตไม่น้อยกว่า 20% เพียงแต่เดือนล่าสุดมีสัญญาณการชะลอตัวอยู่บ้าง เพราะตัวเลขการเติบโตเริ่มลดต่ำกว่า 20% เป็นครั้งแรก และช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีถือเป็นฤดูการท่องเที่ยว ดังนั้นหากการเมืองยืดเยื้อรุนแรงก็อาจกระทบกับการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือได้เช่นกัน

"เศรษฐกิจไทยในขณะนี้ เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย คือ เราผูกตัวเรากับเศรษฐกิจโลก หากเศรษฐกิจโลกดีขึ้นแล้วเราดีตามด้วยก็โชคดีไป แต่หากเศรษฐกิจโลกดีขึ้นแต่เราไม่สามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ ก็คงได้รับผลกระทบ เพราะการใช้จ่ายในประเทศมันไม่เหลืออะไรเลย การบริโภคชะลอ การลงทุนก็ไม่มีใครกล้า เหลือแต่ภาครัฐ ซึ่งตอนนี้การเมืองก็มาส่งผลกระทบทำให้เบิกจ่ายไม่เป็นไปตามเป้า ผลที่ตามมาเศรษฐกิจไทยอาจไม่ได้โตอย่างที่คิดไว้"นายเอกนิติกล่าว