"ซาโนฟี่" ผู้ผลิตยารายใหญ่ของฝรั่งเศส ประกาศใช้เงินซื้อกิจการสูงถึง 2,000 ล้านยูโรต่อปี
หนังสือพิมพ์ เลอ ฟิกาโร่ ในฝรั่งเศส รายงานว่า นายคริส เวียบาแชร์ กรรมการผู้จัดการของซาโนฟี่ กลุ่มเวชภัณฑ์ฝรั่งเศส ประกาศเตรียมทุ่มเงินปีละ 1 - 2 พันล้านยูโร เพื่อใช้ในการซื้อกิจการที่เกี่ยวกับการรักษาโรคเบาหวาน การผลิตวัคซีน การดูแลสุขภาพสัตว์ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ
ก่อนหน้านี้ ซาโนฟี่ ใช้เงิน 24,000 ล้านยูโร ในการเข้าครอบงำกิจการตลอด 5 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งการเข้าซื้อ "เกนไซม์" ธุรกิจที่มีฐานในสหรัฐเป็นจำนวนเงิน 20,000 ล้านยูโร
การประกาศกลยุทธ์ดังกล่าว มีขึ้นหลังเมื่อเดือนที่แล้ว ซาโนฟี่ปรับลดตัวเลขประมาณการรายได้ทั้งปีลง อันเนื่องมาจากยอดขายที่ลดลงในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาที่สิทธิบัตรหมดอายุความคุ้มครอง
นอกจากนี้ นายเวียบาแชร์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า งบประมาณวิจัย 2 ใน 3 ขององค์กร ถูกใช้เพื่อค้นหาวิธีการรักษาด้วยเทคโนโลยีชีวภาพที่ยากต่อการลอกเลียนแบบ
อย่างไรก็ตาม หญิงสาววัยรุ่นชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งยื่นฟ้องดำเนินคดีกับซาโนฟี่และหน่วยงานดูแลคุ้มครองด้านสุขภาพว่า ฝ่าฝืนภาระหน้าที่ในการคุ้มครองความปลอดภัยและละเมิดหลักการในการเฝ้าระวังและป้องกันที่ดี หลังเธอได้รับผลกระทบข้างเคียงจากการได้รับวัคซีน "การ์ดาซิล" ป้องกันมะเร็งปากมดลูก
นายฌอน-คริสโตฟ กูบริส ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากหญิงสาวผู้เสียหายคนดังกล่าว แถลงว่า ลูกความของเขาที่ปัจจุบันอายุ 18 ปี ได้รับวัคซีนการ์ดาซิลที่ผลิตโดยเมอร์คและจัดจำหน่ายในยุโรปโดยซาโนฟี่ จำนวน 2 เข็ม ในวัย 15 ปี หลังจากนั้นไม่กี่เดือน เธอต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการเส้นเลือดตีบ พร้อมกับสูญเสียการมองเห็นและการเดินไปชั่วคราว
ทางด้านซาโนฟี่แถลงว่า ผลการศึกษาในฝรั่งเศสและทั่วโลกไม่พบความเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดตีบเพิ่มขึ้นจากการใช้วัคซีนการ์ดาซิล ทั้งยังระบุด้วยว่า ผลศึกษาแสดงให้เห็นว่า อัตราการเกิดเส้นเลือดตีบในเยาวชนไม่มีความแตกต่างไม่ว่าจะได้รับหรือไม่ได้รับวัคซีนดังกล่าวก็ตาม









