หลังใช้เวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาไปกับการปลุกปั้น อมารี ด้วยการพลิกโฉมแบรนด์โรงแรมของกลุ่มอิตัลไทยที่หมอชัยยุทธ กรรณสูต ปลุกปั้นมากับมือ
จนวันนี้ “อมารี” นอกจากจะโฉบเฉี่ยวด้วยรูปลักษณ์ ภายใต้การบริหารของ ยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิตัลไทย จำกัด แล้วอีกด้านก็ยังคงเดินหน้าไม่หยุดกับการขยายการลงทุนใหม่ๆ อาทิ อมารี ภูเก็ต และ ล่าสุดกับ อมารี บุรีรัมย์ ที่เปิดตัวเพื่อต้อนรับการเปิดเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558
วันนี้ก็ถึงเวลาของ “ริเวอร์ซิตี้” หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การบริหาร ยุทธชัย กับภารกิจพลิกโฉมศูนย์การค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยาแหล่งรวมสินค้าอาร์ต แอนด์ แอนทีค ที่อยู่ในภาพจำเดิมๆ ให้เป็น “ริเวอร์ซิตี้” เวอร์ชั่นใหม่ที่มีเอกลักษณ์ แต่อินเทรนด์
ในสายตาของ ยุทธชัย มองการยืนระยะมายาวนานถึง 30 ปีของ “ริเวอร์ซิตี้” มีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยที่ต้องเร่งเติมความแข็งแกร่ง
จุดเด่น คงต้องยกให้กับที่ตั้ง ซึ่งจนถึงวันนี้ “ริเวอร์ซิตี้” ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในประเทศไทยที่อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีเจ้าใหม่อีกแห่งที่เปิดแหล่งชอปปิ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านเจริญกรุง และอีกแห่งที่เตรียมเปิดตัวในฝั่งตรงกันข้าม
ถัดมาความเป็นแหล่งรวมสินค้า อาร์ต และ แอนทีค ที่ศูนย์การค้าอื่นๆ ไม่มีซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์และจุดแข็งที่แข็งแรงของ “ริเวอร์ซิตี้” ที่รอเพียงการเติมส่วนผสมอื่นๆ เข้าไปเพื่อให้ศูนย์ฯ แห่งนี้มีสีสันและความหลากหลายมากกว่าเดิม
“ด้วยจุดเด่นของที่ตั้งทำให้วันนี้พูดได้ว่าเราเป็น River Cruise ที่มีนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติขึ้นลงเรือมากกว่า 2 พันคน ซึ่งเป็นโจทย์ที่ต้องคิดต่อยอดให้ได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งความเป็นไปได้ก็คือการพัฒนาให้เป็นฮับด้านอาหาร และเรือท่องเที่ยว”
ในจุดแข็งก็ต้องมีจุดอ่อน ยุทธชัย มองว่า การเปิดมาถึง 30 ปีของริเวอร์ซิตี้ โดยไม่มีการไปทำอะไรมากนักทั้งการตลาด และอีเวนท์ ก็ทำให้ศูนย์ฯ แห่งนี้ห่างหายไปจากการรับรู้ของคนมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่ต้องเร่งทำก็คือ ทำอย่างไรที่จะปลุกสีสัน และสร้างตำแหน่งทางการตลาด (Repositioning) ให้ริเวอร์ซิตี้ ก้าวทันกับโลกในปัจจุบันมากขึ้น
ความพยายามในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาของการฟื้นแบรนด์ริเวอร์ซิตี้ให้กับมาโลดแล่นอย่างคึกคักอีกครั้งไม่เป็นไปอย่างที่ ยุทธชัย ตั้งใจเท่าใดนัก
งบประมาณ 100 ล้านบาทที่ใส่เข้าไปเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงในเชิงกายภาพเท่านั้น แต่ในส่วนผสมของการใช้พื้นที่ภายในศูนย์ฯ เรียกว่า ยังไม่ลงตัว
ซึ่งก็เป็นเหตุให้ ยุทธชัย หันมาใช้เวลาอย่างจริงจังกับ ริเวอร์ซิตี้ มากกว่าเดิม
เริ่มจากการเข้ามานั่งบริหารและดูนโยบายในภาพรวม อีกด้านก็ได้มือดี วรพงศ์ สุขธีรอนันตชัย ที่มีประสบการณ์บริหารศูนย์การค้า มาดูแลในส่วนของผู้เช่า และพื้นที่เช่า
อีกทั้งอยู่ระหว่างการสำรวจผู้บริโภคและผู้เช่า ซึ่งคาดว่าจะสรุปผลได้ราวสิ้นปี 2556 ก่อนที่จะใช้ในการกำหนด Positioning และ Branding ที่ชัดเจนของริเวอร์ซิตี้ ในอนาคต
ความเป็นไปได้ในมุมมองของยุทธชัย สำหรับ ริเวอร์ซิตี้ ยังคงต้องอยู่ในแกนของอาร์ต แอนด์
แอนทีค เพราะความมีเสน่ห์ และความเหนียวแน่นของผู้เช่าเดิมที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้เช่าตั้งแต่เปิดศูนย์ที่เติบโตมาพร้อมกัน
สิ่งที่ต้องทำก็คือ การเติมส่วนผสมใหม่ๆ เข้าไปทั้งอีเวนท์ ที่มาสนับสนุนอาร์ต แอนด์ แอนทีค อาทิ การประมูล การจัดนิทรรศการ เป็นต้น
อีกด้าน เป็นการเติมส่วนผสมที่เป็นโซนร้านค้าและร้านอาหารให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะโซนอาหารบนศูนย์ฯ หรือ Roof Top เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งที่กล่าวมาจะเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นของริเวอร์ซิตี้ในปี 2557
ปัจจุบัน ริเวอร์ซิตี้ มีผลประกอบการประมาณ 100 ล้านบาท ต่อปี ซึ่งตัวเลข สำหรับ ยุทธชัย แล้วไม่ใช่สิ่งแรกที่สำคัญในเวลานี้
เพราะการพลิกโฉม ริเวอร์ซิตี้ ให้โดนใจผู้บริโภคน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า และถือเป็นภารกิจครั้งใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม









